[Fic KNB] Broken Arrow #Prologua [END]

posted on 12 Apr 2014 14:09 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : ตอนนี้เป็นตอนจบแล้วนะค้า! ใครยังไม่ได้อ่านฟ้าเหลืองคืนดีกัน แล้วไฟดำดราม่าเมื่อตอนที่แล้วรีบกลับไปอ่านด่วนๆ เพราะตอนนี้ตอนสุดท้ายแล้วน้าาา (เดี๋ยวจะงงด้วยว่าอะไรยังไง เหะๆ)

ใครอ่านครบหมดแล้ว...เลื่อนลงไปอ่านเลยค่ะ!

 

ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 

 

Chapter11   Chapter12  Chapter13

 

Chapter14  Chapter15  Chapter16

 

Chapter17  Chapter18  Chapter19

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Prologue

 

 

 

            “อ้ะ ระวังด้วยนะครับ”

            ร่างเล็กๆของผู้ชายผมสีฟ้ารีบสาวเท้าเข้าไปพยุงเด็กตัวเล็กซึ่งกำลังเล่นกับเพื่อนและไม่ทันมองว่ามีก้อนหินอยู่ด้านหลัง เด็กคนนั้นถอยหลังทำท่าว่าจะล้ม โชคดีที่เขารับตัวไว้ทัน

            “ผมไม่ทันมองฮับ” เด็กคนนั้นมีสีหน้ารู้สึกผิด

            “ไม่เป็นไรครับ ระวังตัวหน่อยนะ”

            คุโรโกะ เท็ตสึยะยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เด็กตรงหน้า มือบางยกขึ้นลูบหัวทุยๆของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู เด็กผู้หญิงที่อยู่ไม่ไกลเหลือบมอง เดินเข้ามาหาเขาแล้วอ้าแขน

            “คุณครูคุโรโกะ อุ้มหนูหน่อยสิคะ”

            คนตัวเล็กยิ้มรับ ยกอีกฝ่ายขึ้นอย่างโดยดี

            “ครูใจดีจังเลยค่ะ” เด็กคนนั้นหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะเหลือบมองมือของเขาซึ่งโอบตัวเธอไว้ ดวงตากลมโตจับจ้องบางอย่างอย่างสนใจ

            “ครูคะ ครูแต่งงานแล้วเหรอคะ”

            ดวงตาฟ้าใสสั่นระริกเล็กน้อย ฉีกยิ้มหม่น “เปล่าครับ”

            “แล้วแหวนนี่ล่ะคะ” เด็กสาวเอียงคออย่างสงสัย นิ้วเล็กๆไล้บนแหวนวงเกลี้ยงซึ่งประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของคุณครู

            “มีคนให้มาน่ะครับ” คุโรโกะตอบเสียงเรียบ เดาไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ “ตั้งนานแล้วล่ะ”

            “แล้วครูจะแต่งงานกับคนๆนั้นหรือเปล่าคะ” เด็กสาวถามต่อ

            “...”

            คุโรโกะนิ่งไป เมื่อเห็นใบหน้าอยากรู้นั่นก็ทำให้เขายิ้มบางๆ “ไม่รู้สิ อยากแต่งอยู่นะ ติดที่ว่าคนให้...เขาคงไม่อยากแต่งกับครูแล้วล่ะ”

            เด็กสาวคนนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนไม่ค่อยเข้าใจ กำลังจะอ้าปากถามต่อ หากแต่ประตูห้องกลับเปิดออก พร้อมกับใครบางคนที่ก้าวเข้ามา

            “คุณครูคุโรโกะ” ผู้มาใหม่ยิ้มให้ “ผอ. เรียกพบน่ะครับ เห็นว่ามีแขกมาหา”

            “จะไปเดี๋ยวนี้ครับ”

            คนผมฟ้าวางร่างเด็กในอ้อมแขนลงกับพื้นอย่างนุ่มนวล กำชับว่าอย่าซนตอนครูไม่อยู่ ก่อนจะหันไปยิ้มบางให้คนที่มาแจ้งข่าวพร้อมกับพูดเสียงนุ่ม

            “ฝากดูเด็กๆด้วยนะครับ คุณครูโมริ”

            “ครับ”

            คุโรโกะเดินออกมาจากห้องนั้น พร้อมกับเดินไปตามทางเดินเพื่อไปที่ห้องผอ. ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองผนังอาคารสีสันสดใสสมกับเป็นโรงเรียนเด็กอนุบาลแล้วคลี่ยิ้มบางเบา

            มือเรียวหมุนแหวนที่อยู่บนนิ้วด้วยความเคยชิน

            ตั้งแต่วันที่คากามิคุงทิ้งเขาไปอเมริกา...ก็ผ่านมาสองปีแล้ว

            สองปีกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ สองปีกับการที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว สองปีที่คุโรโกะรู้สึกว่ามันทรมานเหลือเกิน เขาไม่เคยรู้สึกเลยว่าตัวเองอ่อนแอมากขนาดนี้...มากขนาดที่ต้องการให้มีใครสักคนมาดูแลเขาตลอดเวลา

            แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีใครเข้ามาเลยตลอดสองปี มีผู้ชายและผู้หญิงมากมายที่ผ่านเข้ามา แต่ก็ผ่านไป ไม่มีสักคนที่เขาคิดจะรั้งไว้ ไม่มีใครสักคนที่เติมเต็มเขาได้

            ...ไม่มีใครสักคน...ที่อยากให้อยู่ข้างๆ

            ...ยังดีที่มีเด็กๆ... คุโรโกะยิ้มกับตัวเอง

            เมื่อกลางปีที่แล้ว คุโรโกะได้เข้าสอนเป็นครูอนุบาลอย่างที่ตัวเองใฝ่ฝันไว้ เด็กๆทุกคนน่ารักมาก และเพราะเขารักเด็กเลยทำให้เป็นขวัญใจของเด็กทุกห้อง (เขาสอนภาษาญี่ปุ่นทุกห้อง) เวลาที่ได้อยู่กับเด็กเป็นเวลาที่เขามีความสุขที่สุด เป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกว่ามีคนอยู่ข้างๆเขา มีคนรักและใส่ใจเขา

            แม้ในใจก็รู้...ว่ามันยังไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

            คุโรโกะถอนหายใจ เงยหน้าอีกทีตัวเองก็อยู่ที่หน้าห้องผอ.แล้ว...

            เขาผลักประตูเข้าไปโดยไม่เคาะประตู ไม่ใช่ไม่มีมารยาท แต่เจ้าของห้องเรียกเขาบ่อยจนเรียกได้ว่าเข้าออกประจำ คงไม่จำเป็นต้องเคาะประตูให้เสียเวลา

            คุโรโกะมองหน้าคนที่ทำให้ความฝันเขาเป็นจริง...

            “อรุณสวัสดิ์ครับ” คนผมฟ้าโค้งเล็กๆให้คนตรงหน้า ดวงตาสีฟ้าใสมองอีกฝ่ายนิ่ง “อาคาชิคุง”

            “อรุณสวัสดิ์เท็ตสึยะ”

            ร่างโปร่งผมสีแดงสวยนั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง ดวงตาที่เป็นสีแดงข้าง สีเหลืองข้างมองเขาอย่างเป็นมิตร คุโรโกะเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วถอนหายใจ

            “วันนี้เรียกผมมาทำไมอีกล่ะ”

            “ทำไมพูดแบบนั้น” อาคาชิเอ็ด ยิ้มมุมปาก “ฉันเป็นผอ.นะ ฉันจะทำอะไรก็ได้”

            คุโรโกะทำเสียงขึ้นจมูกอย่างหมั่นไส้เล็กๆ

            อาคาชิ เซย์จูโร่ได้ขึ้นเป็นผู้นำของตระกูลเซย์จูโร่เมื่อสองปีก่อน ด้วยความมีอำนาจและเป็นที่รู้จักทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจอย่างเต็มตัว เขาลงทุนกับกิจการมากมาย รวมถึงการสร้างโรงเรียน...ใช่แล้ว เขาเป็นคนที่สร้างโรงเรียนเด็กอนุบาลแห่งนี้ขึ้นมาพร้อมกับสถาปนาตัวเองเป็นผอ.หน้าตาเฉย

            “เอาล่ะ วันนี้ฉันเรียกมาแบบมีเหตุผล” อาคาชิยักไหล่ คุโรโกะนิ่วหน้าเล็กๆ...ยังดีที่รู้ตัวว่าวันอื่นเรียกมาอย่างไร้สาระ... “มีคนมารอพบนาย”

            คุโรโกะขมวดคิ้ว “ใครครับ?”

            และตอนนั้น...ประตูห้องก็เปิดอย่างแรงเหมือนรอจังหวะอยู่แล้ว

            “เซอรไพรส์~~!!!”

            ร่างโปร่งที่กระโดดพรวดเข้ามาในห้องและพุ่งมากอดเขาไว้แน่นทำให้คุโรโกะชะงักไปเล็กน้อยอย่างตั้งตัวไม่ทัน มองไปด้านหลังก็เห็นร่างสูงที่คุ้นตาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

            “คิเสะคุง...อาโอมิเนะคุง” คุโรโกะเรียกชื่อทั้งสองคนพร้อมกับยิ้มให้ “ไม่เจอกันตั้ง...เดือนหนึ่งรึเปล่านะ?” เขามองหน้าคนผมทองที่ยิ้มกว้างให้เขา “คุณผอมลงนะคิเสะคุง”

            “ฉันก็บอกแล้ว” อาโอมิเนะที่เดินตามมาบ่นบ้าง “ผอมจนแห้งแบบนี้ยังจะทำเป็นเก่ง ตะโกนแง้วๆว่า ‘ฉันแข็งแรงอยู่น้า~’ เฮอะ! อยากจะโทรไปด่าจริงๆ สายการบินเขาไม่ให้นักบินกินข้าวบ้างหรือไง”

            คิเสะ เรียวตะเองก็ได้เป็นนักบินอย่างที่ตัวเองใฝ่ฝันไว้ และตลอดสองปีก็มีเที่ยวบินให้ไปกลับตลอดจนผอมลงอย่างที่เห็น อาจจะเป็นเพราะหน้าตาและอัธยาศัยที่เป็นที่ต้องตาของผู้โดยสารและพนักงานทำให้ตารางแน่นเอี๊ยด พอปลีกตัวออกมาได้เขาก็แจ้นมาหาคุโรโกะเพื่อนสนิททันที

            “อาโอมิเนจจิ!” คิเสะผละตัวออกมาจากคนผมฟ้า หันไปถลึงตาใส่คนรัก “อย่ามาว่าฉันนะ ทีคราวที่แล้วนายไปไล่จับคนร้ายจนโดนยิงอาการหนักฉันยังไม่ได้เคลียร์เลยนะ”

            ที่น่าเหลือเชื่อคือ...อาโอมิเนะ ไดกิเลือกที่จะเป็นตำรวจ...ทั้งที่มีแต่คนคาดว่าเขาน่าจะพัฒนาฝีมือบาสให้ไปถึงระดับชาติ แต่ก็นะ...ตอนนี้ก็ได้เป็นสารวัตรใหญ่ของกรมอยู่ แทนกันได้ๆ

            “ยังไม่ได้เคลียร์อีกเหรอ” อาโอมิเนะยิ้มเจ้าเล่ห์ “จำได้ว่าเคลียร์ไปแล้วนะ ตอนที่ฉันออกจา