[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter10

posted on 31 May 2013 21:18 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : ตอนนี้มีใครโผล่มาน้า...?


 

ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9

 

 

 

Chapter10

 


 

            “คุณมาส่งผมแค่นี้ก็พอครับ”

            คุโรโกะพูดพร้อมกับหันไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน อาโอมิเนะแสยะยิ้ม

            “อะไรกัน...ไม่คิดจะชวนฉันเข้าไปหน่อยรึไง”

            “วันนี้คงไม่” คนตัวเล็กตอบ “ขอผมคิดอะไรนิดหน่อย”

            คนผิวแทนถอนหายใจ สองมือล้วงกระเป๋า “ตามใจ ฝันดีล่ะ”

            “เช่นกันครับ”

            อาโอมิเนะหมุนตัวเดินออกมา เขาเองก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน อยากจะกลับห้องไปอาบน้ำจะตายอยู่แล้ว คนตัวสูงชะงักเล็กน้อยเมื่อคิดถึงคนที่พักอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ป่านนี้เจ้าคิเสะจะบ่นไปถึงไหนแล้ว คงจะนั่งรอเขาอยู่แหงๆ อาโอมิเนะยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดโทรหาคนผมทอง

            เสียงรอสายดังอยู่นานก็ไม่มีใครรับ อาโอมิเนะขมวดคิ้ว คิเสะไม่เคยไม่รับโทรศัพท์ของเขา หรือว่าจะรอจนหลับไปแล้ว ร่างสูงตัดสินใจโทรไปอีก

            ยังไม่มีคนรับเหมือนเดิม จนกระทั่งโทรไปรอบที่สามถึงมีคนรับ

            (ฮัลโหล?)

            เสียงทุ้มห้วนนั่นไม่ใช่ของคิเสะ! อาโอมิเนะกัดริมฝีปากแน่น “เฮ้ย นายเป็นใคร”

            (...) ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย เสียงรอบข้างดังขึ้น เหมือนว่าอีกฝ่ายยกโทรศัพท์ออกห่างหูเพื่อดูชื่อคนโทร (อ้อ อาโอมิเนะนี่เอง)

            “ฉันถามว่านายเป็นใคร มือถือคิเสะไปอยู่กับนายได้ยังไง” คนผิวแทนพูดเสียงต่ำอย่างอารมณ์ไม่ดี “นายทำอะไรหมอนั่น!?”

            (ฉันแค่ไปช่วยหมอนั่นออกมาจากผับ)

            คิ้วหนาขมวดแน่น ...ผับงั้นเหรอ? คิเสะเนี่ยนะจะไปที่แบบนั้น??...

            “ถ้างั้นก็ส่งโทรศัพท์ให้คิเสะหน่อย”

            (หมอนี่เมาไม่รู้เรื่องเลย) ปลายสายตอบเสียงขุ่นไม่แพ้กัน อาโอมิเนะได้ยินเสียงพึมพำไม่รู้เรื่องของคิเสะข้างๆ (แค่นี้ก่อนนะ...)

            “เดี๋ยว! นายจะเอาคิเสะไปไหน!?” คนผิวแทนถามเสียงดังอย่างไม่พอใจ “ฉันจะไปรับเอง”

            (ไม่ต้อง) เสียงอีกฝ่ายฉายแววไม่พอใจเต็มเปี่ยม (ของๆตัวเองไม่ยอมดูแล ถึงเวลาไม่ต้องมาทำเป็นหวงก้าง)

            แล้วปลายสายก็ตัดไป อาโอมิเนะแทบจะโยนมือถือทิ้งด้วยความโมโห โทรไปอีกครั้งอีกฝ่ายก็ปิดเครื่องหนีไปแล้ว คนตัวสูงกำมือแน่น ก่อนจะผลุนผลันเดินกลับห้องพัก

            ...เจ้าบ้าคิเสะ! ทำไมนายถึงไปที่แบบนั้นฮะ!...

          ‘ของๆตัวเองไม่ยอมดูแล ถึงเวลาไม่ต้องมาทำเป็นหวงก้าง’

          ประโยคนั้นทำให้มือหนากำแน่น ...แล้วมันจะทำไมล่ะ? ของๆฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น...

            อาโอมิเนะนั่งลงที่ปลายเตียงเมื่อเข้ามาในห้องพักแล้ว มือหนาลูบใบหน้าตัวเองแรงๆอย่างหงุดหงิด เขารู้สึกกระวนกระวาย หวังว่าคนที่พาคิเสะไปจะไม่ทำอะไรหมอนี่นะ

            ...แต่อีกใจหนึ่ง ก็ปฏิเสธไม่ได้...ว่าคำพูดนั้นอาจจะถูกต้อง...

            ...ถ้าเขาอาจจะแค่หวงก้าง แต่ถ้าเป็นงั้นแปลว่าเขาไม่ได้ชอบคิเสะ...

            ...แล้วคนที่เขาชอบคือใครล่ะ?...

            คนตัวสูงเบือนหน้าไปมองหัวเตียง ภาพของเขา เท็ตสึ และคิเสะที่กอดคอกันยังตั้งอยู่ตรงนั้น คนผิวแทนเบือนหน้ามองสลับไปมาระหว่างคนสองคน

            คิเสะ...เท็ตสึ

            คนไหนกันแน่?...คือคนที่อยู่ในใจเขา

 

 

 

            คิเสะ เรียวตะนั่งคอพับคออ่อนเล็กน้อยในขณะที่กระดกแก้วในมือขึ้นดื่ม เขาไม่รู้ว่าตัวเองดื่มมันไปกี่แก้วแล้ว รู้แต่ว่าพอเดินเข้ามานั่งได้ไม่นาน ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมานั่งด้วย เขามองไม่ค่อยเห็นหน้าหรอกเพราะรู้สึกตาพร่ายังไงชอบกล แต่พอเขาดื่มหมดแก้วทีไรผู้ชายคนนั้นก็จะรินเติมให้ทุกที

            “เติมอีกสิ” คนผมทองตวัดดวงตาเรียวสวยไปมองก่อนจะขมวดคิ้วเล็กๆด้วยความไม่พอใจ เขาได้ยินคำนี้มาหลายรอบจนเบื่อแล้ว

            “นี่...คิดจะมอมฉันหรืองาย...” ยื่นใบหน้าสวยที่แดงไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าไปใกล้อย่างจับผิด ใบหน้าของหมอนั่นแดงขึ้นมาทันที...เฮอะ เมาล่ะสิ... คิเสะคิดอย่างโง่ๆ

            “เปล่า แค่คิดว่าคุณคงจะอยากดื่ม”

            อดีตนายแบบหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงมือเย็นๆที่แตะลงมาบนเอว เขารีบสะบัดมือนั้นออก ก่อนจะพยายามยันตัวเองขึ้นเพื่อจะลุกไปที่อื่น แต่แค่ลุกขึ้นยืนเขาก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนจนต้องกลับลงมานั่งเหมือนเดิม

            “เฮ้ คุณไหวรึเปล่าน่ะ”

            ผู้ชายคนนั้นยังพยายามจะยื่นมือมาโอบเขาอีก คราวนี้คิเสะขมวดคิ้วแน่นก่อนจะพยายามถลึงตาให้กว้างที่สุดแล้วหันไปบอก “ฉันเดินเองด้าย...ออกปายนะ...!”

            “แต่ผมว่าคุณควรจะมีคนช่วยพยุงนะ” รู้สึกได้ถึงริมฝีปากที่แนบชิดใบหู “พาออกไปข้างนอกไง”

            คนผมทองเม้มปากแน่น ถึงจะเมาจนมองอะไรไม่ค่อยชัดและทรงตัวไม่ค่อยได้ แต่สติของเขาก็ยังพอมีอยู่ (??) มือบางล้วงเข้าไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา จิ้มเบอร์ในรายชื่อมั่วๆตอนที่โดนดึงเข้าไปใกล้ คลี่ยิ้มออกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงปลายสายแว่วๆ

            (เฮ้...อยู่...ไหน...นะ)

            เนื่องจากไม่ได้ยกแนบหูบวกกับเสียงในผับค่อนข้างดังคิเสะจึงจับใจความไม่ค่อยได้ แต่ร่างโปร่งก็ยกมันมาใกล้แล้วพูดตอบกลับไปให้ชัดที่สุด

            “ฉันอยู่...ผับXXX มาหาหน่อยย...”

            ติ๊ด

            นิ้วเรียวกดตัดสายเพื่อไม่ให้ปลายสายพูดอะไรอีก และตอนนั้นเองที่แขนของเขาถูกดึงจนเซลุกออกมาจากที่นั่ง คิเสะถลาไปซบอกของใครบางคนที่ช่วยเขาจากผู้ชายคนนั้น

            คนผมทองเงยหน้าขึ้นไปช้าๆ รู้ดีว่าไม่ใช่คนในโทรศัพท์แน่ๆเพราะคงไม่มีใครที่มาเร็วขนาดนี้ (เพิ่งตัดสายเองนะ) แปลว่าผู้ชายคนนี้ก็อาจจะไว้ใจไม่ได้

            แต่ก่อนจะดันตัวเองออกมา คิเสะก็ชะงัก ก่อนจะซุกหน้าลงกับแผงอกของร่างสูงแล้วสูดกลิ่นเบาๆ กลิ่นหอมอ่อนๆที่คุ้นเคยในอดีตทำให้เขาเงยหน้าขึ้นอีกรอบ พยายามเพ่งใบหน้าของคนตรงหน้า

            “ทำอะไรของนาย...คิเสะ”

            เสียงทุ้มนั้นก็คุ้นหูอย่างไม่น่าเชื่อ คิเสะตัดสินใจจะจับชายเสื้อของคนๆนี้ไว้ ถึงไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เพราะความไว้ใจอย่างประหลาดนั่นทำให้เขายอมตามเจ้าตัวไปตอนที่ร่างสูงพาเขาเข้าไปในที่เก้าอี้มุมใน ร่างโปร่งเอนศีรษะซบลงบนบ่าของอีกคนอย่างมึนหัว

            “งี่เง่าไม่เปลี่ยน...”

            เสียงบ่นเบาๆทำให้คิเสะหัวเราะในลำคอแล้วหันไปมองตรงหน้า ก่อนจะหยิบแก้วเหล้าขึ้นมากระดกดื่มอีก

            “ทำอะไร