[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter12

posted on 30 Aug 2013 20:26 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : มาม่ากำลังเดือดปุดๆรออยู่......แต่ยังไม่เท่าตอนหน้า555

 

ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 Chapter11


 

 

 

 

Chapter12

 

            “อื้ออออ”

            ร่างโปร่งครางในลำคอพร้อมกับพลิกตัวไปด้านข้างตามปกติ มือเรียวไขว่คว้าหาร่างสูงของคนที่เขานอนกอดทุกวัน เมื่อสัมผัสกับกล้ามเนื้อแข็งริมฝีปากอิ่มก็คลี่ยิ้มพร้อมกับขยับตัวไปกอดร่างนั้นโดยไม่ได้สนใจแรงขืนตัวหน่อยๆ

            “เอิ่ม...คิเสะ” อีกคนเรียก แต่คนถูกเรียกยังคงหลับตาอย่างไม่อยากตื่น

            “อุ่นจัง” คนผมทองพึมพำเบาๆ ทำไมรู้สึกเหมือนอุ่นกว่าทุกทีหว่า

            “ถ้าตื่นแล้วก็ลืมตา แล้วก็ปล่อยฉันสักทีเถอะ”

            “หือ?” คิเสะค่อยๆหรี่ตาขึ้นมากับคำพูดนั้น ถึงแม้ร่างตรงหน้าจะอุ่นเหมือนกันก็เถอะ แต่อาโอมิเนจจิไม่มีทางจะบอกให้เขาปล่อยแน่ ในเมื่ออีกฝ่ายชอบลวนลามเขาขนาดนั้น (??)

            และเมื่อเห็นใบหน้าของอีกคนที่กำลังมองเขาอย่างเหนื่อยใจ คิเสะก็แทบจะกรี๊ดออกมา (??)

            “คากามิจจิ!!?????”

            ปลายเสียงสูงจนอีกฝ่ายกลอกตาไปมา คิเสะเลื่อนสายตาลงไปมองมือของตนที่กอดรัดหน้าท้องแกร่งแนบแน่นแล้วรีบผละออกมา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย

            “อะ...อะ อะไรอ่ะ” คนผมทองพึมพำเบาๆอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ ทำไมเขาถึงมาอยู่บนเตียงคากามิจจิ? เกิดอะไรขึ้นกันแน่ฟะ!?...คากามิถอนหายใจ ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวยื่นให้

            “เมื่อคืนนายเมามาก ฉันเลยไปหิ้วนายมาจากผับก่อนจะถูกไอ้โรคจิตหัวเขียวๆ (??) ลวนลามเอา เพราะฉะนั้นตอนนี้รีบไปอาบน้ำแล้วกลับบ้านได้แล้ว”

            “หวา...” คิเสะรีบรับของมาแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำอย่างร้อนรนทันที คากามิชะโงกหัวตามไปอย่างขันๆพร้อมกับลุกขึ้นมาพับผ้าปูที่นอนให้เรียบร้อย

            ไม่นานนักคนผมทองก็เดินออกมาจากห้องน้ำ กลิ่นหอมกรุ่นทำให้คากามิหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้ ร่างโปร่งในเสื้อยืดตัวหลวมโพรกกับกางเกงที่ไหลมากองที่สะโพกสะกดสายตาเขาไว้

            ให้ตาย...เมื่อคืนฉันยังอดทนไม่พอหรือไง

            “ฉันเพิ่งรู้ว่าคากามิจจิตัวใหญ่ขนาดนี้” คิเสะยิ้ม “แต่ก่อนเคยเอาเสื้อนายมาใส่ก็จริง แต่ไม่เคยลองใส่กางเกงเลยแหะ เพิ่งรู้ว่าหลวมพอควร”

            “เพราะนายตัวบางต่างหาก” คากามิเดินไปใกล้อีกฝ่าย กลิ่นหอมยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่มันเป็นสบู่ขวดเดียวกับเขาแท้ๆ แต่พอมาอยู่บนตัวคนๆนี้ก็ดูน่าหลงใหลไปหมดทุกอย่าง

            “สูงก็เกือบเท่ากันแท้ๆ”

            คิเสะเบ้ปากกับคำพูดนั้น...คากามิจจิกำลังจะบอกว่าฉันเกือบจะสูงแล้วสินะ

            “ว่าแต่นายไม่รีบกลับหรือไง” คากามิถามขึ้นอย่างสงสัย

            “เอ๋...”

            “ก็นายไม่ได้พักอยู่ห้องเดียวกับอาโอมิเนะหรือไง” เขาจงใจละเรื่องที่ตนคุยโทรศัพท์กับคนผิวแทน “ป่านนี้หมอนั่นคงเป็นห่วงจะแย่แล้ว”

            “...”

            ไม่น่าเชื่อว่าคิเสะถึงขั้นเงียบไปสองนาที ก่อนจะเบิกตากว้างขั้นสุดยอดแล้วขอบคุณเขาเร็วๆ ตรงดิ่งไปหยิบมือถือของตนที่คากามิวางไว้ให้ที่หัวเตียง จากนั้นก็พุ่งติดสปีดออกมาจากห้องนั้นด้วยความเร็วแสง ทิ้งให้อีกคนมองตามอย่างขำๆ ...ไม่เปลี่ยนเลยน้าคิเสะ...

            แต่คนผมทองไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากตรงดิ่งกลับห้องให้เร็วที่สุด คิ้วเรียวขมวดแน่น ความคิดเดียวที่อยู่ในหัวคือ...

            ชิบหองแล้ววววววววววววววววว!!

 

 

 

            “แฮ่กๆๆ”

            คิเสะหอบเบาๆเมื่อมายืนอยู่หน้าห้องพักของอาโอมิเนะ ไดกิซึ่งเป็นห้องที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน ร่างโปร่งเม้มริมฝีปากเบาๆในขณะที่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นจึงไขกุญแจเข้าไป

            เสียงเปิดประตูดังมากในความคิดของคิเสะ ร่างโปร่งชะโงกหัวเข้าไปในห้อง มองเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยกำลังนั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าคมสันก้มลงจนมองไม่เห็นสีหน้า ราวกับว่าเจ้าตัวกำลังนั่งรอเขาอยู่ คิเสะอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ขาเรียวก้าวเข้าไปทันที

            “อาโอมิเนจจิ...”

            เสียงนุ่มที่คุ้นเคยทำให้อาโอมิเนะหันมามอง ดวงตาสีน้ำเงินกวาดมองเสื้อตัวหลวมโพรกกับกางเกงที่ไม่พอดีตัวบนร่างโปร่ง ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปาก

            คิเสะรู้...ถึงแม้คนตรงหน้าจะไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาคู่นั้นบ่งบอกทุกอย่าง

            อาโอมิเนจจิกำลังโกรธ

            มันไม่ใช่ความโกรธเหมือนตอนที่เขาทำนาฬิกาข้อมือของอีกฝ่ายพัง และไม่ใช่ความโกรธแบบที่เขาทำอาหารเช้าไหม้จนต้องออกไปหาทานข้างนอก แต่มันเป็นความโกรธที่คล้ายกับวันนั้น วันที่เขาไม่เที่ยวทะเลกับคนผมแดงแล้วกลับมาดึก

            คิเสะเดินไปหยุดตรงหน้าร่างสูงที่ยังไม่ยอมเปิดปากพูด แตะมือลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ อาโอมิเนะไม่ได้ปัดมันออก แต่ก็ไม่ได้ตอบรับอะไรเช่นกัน

            “อาโอมิเนจจิ”

            “...”

            “โกรธฉันงั้นเหรอ” คนผมทองถามเสียงเบา

            “...”

            “นี่ อาโอมิเนจจิ พูดอะไรสักอย่างสิ”

            “...”

            ในที่สุดร่างสูงก็ถอนหายใจอย่างแผ่วเบา มือหนาแกะมือของอีกคนออกแล้วผุดลุกขึ้น เดินไปหยิบของบนหัวเตียง คิเสะรีบเดินตามไป ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่าอีกคนเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก

            “อาโอมิเนจจิ!? จะไปไหนงั้นเหรอ?” คิเสะรีบวิ่งตามไปทันที

            คนผิวแทนเหลือบมอง ตอบสั้นๆ “ฉันมีธุระ”

            “งั้น...งั้นฉันขอไปด้วยนะ” คิเสะทำท่าเหมือนจะวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อ แต่มือหนาของอาโอมิเนะก็คว้าแขนเขาไว้ก่อน ตอบกลับเสียงเข้ม

            “ไม่ต้อง”

            ใบหน้าสวยเจื่อนลง หากแต่ยังพยายามฉีกยิ้ม “ง..งั้นฉันจะนั่งรอแล้วกัน”

            “ไม่ต้องหรอก” อาโอมิเนะปฏิเสธอีกครั้งด้วยใบหน้าเรียบเฉยและเย็นชา “ฉันคงจะกลับมาดึกๆ นายไม่ต้องรอหรอก”

            ยิ่งอีกฝ่ายพูดออกมามากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ดวงตาสีทองสั่นระริกมากเท่านั้น คิเสะกัดริมฝีปาก รอยยิ้มที่พยายามปั้นแต่งหายไปจากใบหน้า คนผมทองดึงรั้งชายเสื้ออีกฝ่ายไว้เมื่ออาโอมิเนะทำท่าเหมือนจะเดินออกไปจริงๆ ร่างสูงหันมามองอย่างหงุดหงิดเล็กๆ

            “มีอะไรอีกล่ะ”

            “ฉันแค่อยากจะบอก...” คิเสะพูดเสียงสั่นเล็กๆ ไม่สบตาอีกฝ่าย “ฉันคิดไว้แล้วล่ะ ว่าฉันจะย้ายกลับไปอยู่ที่บ้าน” คนผมทองเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมนั้น ดวงตาสีอำพันไหวระริกราวกับเปลวเทียนต้องลม มือที่จับเสื้ออีกฝ่ายกำแน่นขึ้นราวกับจะพยายามดึงรั้งคนตรงหน้าไว้กับตน อยากจะให้อีกฝ่ายโวยวายหรืออะไรก็ได้ ที่ทำให้รู้ว่าเขายังมีความสำคัญ ที่ทำให้รู้ว่ายังแคร์กันอยู่

            สีหน้าของคนผิวแทนไม่เปลี่ยนเลยสักนิดยามตอบ “ตามใจ”

            ...!!

            ราวกับได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแตกสลาย อะไรบางอย่างที่อยู่ในอก มือที่จับเสื้ออีกฝ่ายตกลงอย่างหมดแรง คิเสะถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่เชื่อหู เขารู้ว่าอีกฝ่ายโกรธเขามาก แต่อย่างน้อยก็ควรจะพูดอะไรที่ดีกว่านี้ นี่เขากำลังจะไปแล้วนะ จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ

            จะไม่...ทำเหมือนอยากให้เขาอยู่ด้วยบ้างหรือไง

            “แค่นี้ใช่มั้ย...?”

            “...”

            “งั้นฉันไปล่ะ”

            “...”

            คิเสะทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงเมื่อได้ยินเสียงประตูปิดลง และเสียงฝีเท้าของอีกคนที่ห่างไปเรื่อยๆ ใบหน้าสวยยังเต็มไปด้วยความช็อค และ...ความเสียใจ

            “อึก...”

            เจ็บในอกไปหมด แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด ริมฝีปากบางพยายามคลี่ยิ้ม อาโอมิเนจจิก็แค่โกรธ...ก็แค่โกรธเท่านั้น พออาโอมิเนจจิหายโกรธแล้ว ทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

            ก็พวกเราน่ะ...ยังไม่ได้เลิกกันสักหน่อย...ใช่มั้ย?

            ตอนนั้นเองภาพของใครบางคนก็แวบเข้ามาในหัว ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างขึ้น ก่อนจะหัวเราะเบาๆอย่างเย้ยหยันตัวเอง มือเรียวกำแน่น

            ...นั่นสินะ ตอนนั้น...ฉันเองก็ทำแบบนี้กับคากามิจจิ ทำให้เขาเสียใจ ทิ้งเขาโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิด...

            ...ตอนนั้นนายเองก็รู้สึกแบบนี้สินะคากามิจจิ...

            ...เจ็บจนพูดอะไรไม่ออก แต่ก็ยังพยายามหลอกตัวเอง ว่าพวกเรายังไม่ได้เลิกกัน หลอกตัวเองว่าทุกอย่างจะต้องเป็นเหมือนเดิม...

            คิเสะกัดปากตัวเองแน่น น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมา มันไม่ใช่เพราะเสียใจอีกแล้ว แต่มันเป็นน้ำตาของความรู้สึกผิดท่วมทั้งใจ

            “ขอโทษนะ...ขอโทษจริงๆ”

            ...สมควรแล้วสินะที่ฉันต้องมานั่งเจ็บแบบนี้...

            ...อาจจะยังไม่เท่าที่นายเจ็บด้วยซ้ำ คากามิจจิ...

 

 

 

 

            (คุณโอเครึเปล่าครับ?)

            เสียงนุ่มปลายสายทำให้ร่างสูงถอนหายใจยาว นิ้วเรียวนวดขมับตัวเองอย่างคิดไม่ตก ตอบกลับไปด้วยเสียงเครียดๆ

            “อยู่แล้ว ก็แค่เจ้าบ้านั่นจะย้ายออกไป ไม่เห็นจะเป็นปัญหาเลย”

            ปลายสายถอนหายใจบ้าง (อาโอมิเนะคุง คุณควรจะพูดอะไรให้ตรงกับใจบ้างนะครับ) คุโรโกะต่อว่าเสียงจริงจัง (คิเสะคุงน่ะ...ถึงเขาจะดูเหมือนเป็นคนร่าเริงและชอบง้อคน แต่ถ้ามันเกินขีดความ