[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter15

posted on 05 Oct 2013 22:17 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : และแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดเผยอดีตฟ้าดำบางส่วน (ส่วนเล็กๆ)

มาลุ้นและดราม่ากันเถอะ (ฮา) ตอนหน้ายาวมากดราม่าจัดเต็ม

 

ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 

 

Chapter11   Chapter12  Chapter13

 

Chapter14


 

Chapter15

 

            “รอนานรึเปล่า?”

            คากามิเอ่ยเสียงไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆยามนั่งลงบนเก้าฝั่งตรงข้ามของร่างโปร่งผมทอง ที่กำลังฉีกยิ้มเมื่อเห็นเขาเดินมา แม้ว่าเขาจะดูออกในทันทีเลยก็เถอะ...ว่ามันไม่ได้มาจากใจ

            “ไม่นานหรอก” เสียงเจ้าตัวยังคงสดใส “คากามิจจิไม่ได้มากับคุโรโกจจิเหรอ? ฉันอุตส่าห์กำชับแล้วเชียวนะ...ว่าให้ดูแลคุโรโกจจิดีๆน่ะ!” คิเสะพูดด้วยสีหน้าขึงขัง

            “ฟังนะคิเสะ” คากามิถอนหายใจ เสยผมที่ปรกหน้าด้วยความหงุดหงิด กลอกดวงตาสีเพลิงไปมาอย่างไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนายังไงดี เขาอยากจะบอกคิเสะเรื่องอาโอมิเนะกับคุโรโกะ แต่ไม่รู้จะใช้คำพูดยังไงให้อีกฝ่ายเข้าใจและเสียใจน้อยที่สุด “ตอนนี้ฉันกำลังทะเลาะกับคุโรโกะอยู่...”

            “เห!?” คนผมทองร้องเสียงหลง “ทำไมล่ะ?”

            “อ่า...ฉันจะพูดยังไงดีล่ะ” คากามิเกาท้ายทอย เม้มริมฝีปากหน่อยๆ “วันที่ฉันแยกจากนายนั่นแหละ ฉันไปหาคุโรโกะที่บ้าน แต่เจออาโอมิเนะมาส่งหมอนั่นพอดี แล้ว...”

            คำพูดที่เหลือถูกหยุดไว้ด้วยนิ้วเรียวสวยของคนผมทองที่แตะลงมาบนริมฝีปากเขาอย่างแผ่วเบา คิเสะคลี่ยิ้ม และตอนนี้ดวงตาสีอำพันก็สั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้

            “พอแล้วล่ะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว...”

            “นาย...”

            “ฉันเองก็ไม่ได้รู้อะไรน้อยไปกว่าคากามิจจิหรอกนะ” คิเสะลดมือลง เบือนหน้าหนีไปทางอื่น “อะไรที่คากามิจจิรู้ตอนนี้...ฉันก็ไม่ได้ต่างกันเลย”

            พวกเขายังไม่ทันพูดอะไรต่อจากนั้น เสียงเปิดประตูร้านก็ดังขึ้นสองทีติดกัน คิเสะปรับสีหน้าหม่นหมองให้เป็นสดใสได้ภายในพริบตา แล้วหันไปโบกมือให้ผู้มาใหม่ทั้งสองคน ทำให้คากามิต้องเงียบไป ถึงแม้จะอยากถามอะไรหลายๆอย่างก็เถอะ

            “มาเร็วจังเลยนะครับ คิเสะคุง” คุโรโกะพูดแล้วเดินเข้ามายืนที่โต๊ะ ยิ้มบางๆให้เพื่อนสนิท “คราวที่แล้วปล่อยให้ผมรอตั้งนาน”

            “ก็เพราะงั้นเลยรีบมาไงล่ะ” คิเสะยิ้มตอบ ผายมือเชิญ “นั่งเลยๆ”

            คุโรโกะผงกหัวเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงช้าๆข้างๆคากามิที่เบือนหน้าออกไปมองนอกร้าน ดวงตาสีฟ้าใสไหววูบเล็กน้อยเมื่อเห็นแบบนั้น แต่ก็ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยเมื่อเห็นคิเสะมองมา

            “อาโอมิเนจจิ...นั่งสิ”

            คนผมทองหันไปบอกร่างสูงที่ยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา อาโอมิเนะเหลือบตามองแล้วนั่งลงข้างๆคิเสะ บรรยากาศบนโต๊ะดูอึมครึมขึ้นมาทันที เพราะอาโอมิเนะเองก็ยังไม่กล้าพูดกับคิเสะ ในขณะที่คากามิเองก็เบือนหน้าหนีร่างเล็กข้างๆ ทำให้คุโรโกะเงียบไปและไม่กล้าพูดอะไรออกมา

            บริกรเดินเข้ามา ผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นบรรยากาศมาคุ แต่ก็ทำหน้าที่ของตน

            “รับอะไรดีครับ?”

            ถ้าเป็นเวลาปกติ คิเสะคงจะเชิญชวนคนอื่นให้สั่งขนมด้วยน้ำเสียงสดใส และพยายามจะทำให้บรรยากาศบนโต๊ะดีขึ้น

            แต่ไม่ใช่ตอนนี้...

            “ไม่ล่ะครับ” คิเสะหันไปยิ้มอย่างสุภาพ ทุกคนหันมามองอย่างอึ้งนิดๆ “เพราะอีกไม่นานพวกเราก็จะไปกันแล้ว” คำสุดท้ายทำให้แม้แต่คากามิยังหันมามอง

            บริกรคนนั้นมองซ้ายมองขวาอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะโค้งแล้วเดินไปบริการโต๊ะอื่นแทน คิเสะจึงหันกลับมามองทุกคนในโต๊ะ ที่กำลังมองเขาอย่างสงสัยเช่นเดียวกัน

            “คิเสะคุง...คุณจะไม่สั่ง...”

            “อาโอมิเนจจิ!!” คุโรโกะสะดุ้ง หุบปากฉับเมื่อคนผมทองแทรกขึ้นมาตอนเขาพูด “เมื่อวานอาโอมิเนจจิไปไหนมางั้นเหรอ?”

            “หือ?” อาโอมิเนะชะงักกับคำถามนั้น เขาไม่คิดว่าจู่ๆคิเสะจะเข้ามาพูดกับเขาเหมือนปกติแบบนี้ ทั้งๆที่เขายังไม่รู้จะเริ่มพูดกับเจ้าตัวยังไง “ก็...ไม่ได้ไปไหนนี่” ดวงตาสีน้ำเงินเหลือบมองคนฟ้าที่นั่งฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย ปฏิริยานั้นไม่หลุดรอดสายตาของคิเสะซึ่งสังเกตทั้งสองคนอย่างตั้งใจ และนั่นทำให้รอยยิ้มของคิเสะหดลงเรื่อยๆ

            “งั้นเหรอ...” คนผมทองพึมพำเบาๆ

            “คิเสะคุง...” คุโรโกะทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมาอีก แต่คิเสะก็ขัดอีกครั้ง

            “แต่ทำไมฉันเหมือนเห็นอาโอมิเนจจิเดินเข้าไปในโรงยิมเก่าล่ะ”

            “...!!” สองคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องสะดุ้งเฮือก คากามิเบือนหน้ากลับมามองบนโต๊ะอาหารอีกครั้ง ตอนนี้เขาคงทำเป็นหมางเมินต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ

            “แล้วคุโรโกจจิล่ะ” ดวงตาสีอำพันเหลือบมองคนตัวเล็กที่ก้มหน้าเล็กน้อยอย่างอึดอัดใจ “เมื่อวานไปไหนมารึเปล่า?”

            “ผม...” คุโรโกะอึกอัก พยายามคิดว่าจะตอบยังไงดี

            “ไม่เห็นต้องลำบากใจเลย แค่บอกมาว่าไปกับอาโอมิเนจจิก็สิ้นเรื่อง”

            “...!!” คากามิหันไปมองคนข้างตัวอย่างตกใจทันที และมือหนาก็กำแน่นอย่างโกรธเคือง ทั้งๆที่วันก่อนยังร้องไห้แล้วบอกอยู่เลยว่ามีแต่เขาคนเดียว แต่เมื่อวานกลับออกไปกับหมอนั่นอีกแล้วเนี่ยนะ!?

            “คิเสะ!” อาโอมิเนะเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง “นี่อย่าบอกนะว่านาย...”

            “ใช่” รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าสวยหายไปหมดสิ้น เหลือแต่ความผิดหวัง ความเสียใจ และความเจ็บปวดที่โดนหักหลังเท่านั้น “ฉันแอบตามพวกนายไปเอง”

            “คิเสะคุง...” คุโรโกะหน้าซีด พระเจ้าช่วย นี่มันจะเกิดเรื่องเข้าใจผิดแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กันนะ แค่นี้เขาก็รู้สึกเหมือนเจ็บเจียนตายแล้ว

            “ไม่เห็นต้องทำหน้าแบบนั้นเลยคุโรโกจจิ” คิเสะฉีกยิ้มออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่เจ้าตัวพยายามจะกลั้นเอาไว้ “ไม่ว่าคุโรโกจจิกับอาโอมิเนจจิจะทำร้ายฉันยังไง แต่ฉันก็รักพวกนายทั้งสองคนเสมอนั่นแหละ เพียงแต่ว่า...” ดวงตาสีอำพันเหลือบมองคนผมแดงที่นั่งฝั่งตรงข้ามและยังมีสีหน้าเหมือนตามสถานการณ์ไม่ทัน

            “อย่าทำร้ายคากามิจจิเลยนะ”

            คากามิรู้สึกเหมือนโดนทุบที่ท้ายทอยอย่างแรง เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปกับประโยคนั้น เพราะคุโรโกะเมื่อได้ยิน...ก็ทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้

            และอาโอมิเนะก็นิ่งไป

            “คากามิคุง...” คนผมฟ้าหันไปมองคนด้านข้าง มือเรียวเล็กเลื่อนไปกุมมือหนาของอีกฝ่ายที่วางไว้บนโต๊ะ มองเขาอย่างไม่แน่ใจ “ช่วยฟัง อย่าลุกหนีไปได้มั้ย”

            “เท็ตสึ!!” อาโอมิเนะเรียกชื่อคู่หูและเป็น ‘อดีตคนรัก’ ด้วยน้ำเสียงตกใจ ดวงตาสีฟ้าใสนั่นฉายแววจริงจัง เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะเล่าอะไร ถึงแม้ว่าเขาไม่คิดว่าคุโรโกะจะเปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครรู้ก็ตาม

            เรื่องทั้งหมดของพวกเขา...

            “ไม่น่าเชื่อเลยว่าสักวันฉันจะได้ฟังเรื่องแบบเต็มๆ” คิเสะพูดขึ้น “ตลอดมาฉันได้แต่รับรู้เป็นบางเรื่อง บางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมและอะไร”

            “พูดออกมาให้หมด” คากามิแทรกขึ้นเสียงเข้ม ถึงแม้เขาจะไม่ได้มีความทรงจำร่วมกับทั้งสามคน แต่เขาก็อยากรู้เรื่องราวทั้งหมด อยากรู้ความสัมพันธ์ของอาโอมิเนะกับคุโรโกะ รวมถึงเรื่องของคิเสะ

            อาโอมิเนะมองคนผมทองข้างๆ พร้อมกับเลื่อนมือไปจับมือไว้อย่างพยายามปลอบใจ คิเสะชะงักไปเล็กน้อย แล้วจึงค่อยๆดึงมือออกมาอย่างสุภาพ

            อดีตโมเดลหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองหน้า ‘คนรัก’ เมื่อเห็นร่องรอยความเจ็บปวดเพราะถูกเขาหมางเมินก็ยิ้มให้...ยิ้มโง่ๆอย่างที่เขาทำเสมอ

            “น่าเสียดาย รู้แบบนี้น่าจะสั่งอะไรมากินตอนฟังนะ!”

 

 

 

            ถ้าถามว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มขึ้นตอนไหน?

            มันก็คงจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนที่เขาสนใจในบาสเก็ตบอล และตัดสินใจเข้าชมรมบาสเก็ตบอลของเทย์โคเพื่อหวังว่าสักวันจะได้เป็นตัวจริง และจะได้ลงสนามแข่งร่วมกับเพื่อนสมัยเด็กที่เคยสัญญากันไว้

            หากแต่ชีวิตของคุโกะ เท็ตสึยะไม่ได้ราบรื่นอย่างนั้น เพราะเขาเองก็รู้ว่าฝีมือในการเล่นบาสของตนนั้นมันตกต่ำแค่ไหน แค่จะข้ามระดับจากระดับสามไปเป็นระดับสองยังยากเลยด้วยซ้ำ

            เพราะฉะนั้นทุกๆเย็นเขาจึงขอกุญแจจากโค้ชเพื่อฝึกซ้อมพิเศษคนเดียว ฝึกทุกวันแม้ว่ามันจะไม่ค่อยพัฒนาเลยก็เถอะ จนเขาเกือบจะตัดใจแล้ว...

            ถ้าไม่ได้เจอกับ ‘เขา’

            ‘ฮ่าๆๆ ไอ้ที่เขาลือกันว่ามีผีที่โรงยิมก็คือนายแอบมาซ้อม? แล้วที่คนเปิดประตูมาไม่เจอใครเพราะเขาไม่ได้สังเกตว่านายยืนอยู่ตรงนั้นเรอะ ฮ่าๆๆๆ’

            ‘คุณขำมากเกินไปแล้วนะครับอาโอมิเนะคุง’

            ‘เห? นี่ฉันแนะนำตัวไปแล้วเรอะ?’

            ‘เปล่าครับ’ ร่างเล็กส่ายหน้า มองใบหน้าสงสัยของคนผิวแทน ‘แต่ใครๆก็รู้จักคุณทั้งนั้น’

            ใช่ คนตรงหน้าเขาคืออาโอมิเนะ ไดกิ ผู้เล่นระดับหนึ่งที่ผ่านการคัดตัวตั้งแต่ตอนสมัคร ใครๆก็บอกกันว่าเขามีพรสวรรค์ในการเล่นบาสมากกว่าคนอื่น ทั้งความสามารถ ทักษะ รูปร่าง และที่สำคัญก็คือเจ้าตัวรักบาสเก็ตบอลมากที่สุด

            ‘งั้นเหรอ...แล้วนายล่ะชื่ออะไร?’

            ‘ผมคุโรโกะ เท็ตสึยะครับ’

            ‘เท็ตสึ’ คิ้วเรียวขมวดแน่นอย่างงงๆ จู่ๆเจ้าตัวก็เรียกชื่อเขาอย่างสนิทสนมซะงั้น ‘นายนี่คงจะชอบบาสเก็ตบอลมากสินะถึงได้มาฝึกทุกวันคนเดียวแบบนี้’ คนผิวแทนทำท่าครุ่นคิด ก่อน