[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter16

posted on 12 Oct 2013 21:21 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : มาต่ออดีตฟ้าดำจนจบแว้ววววว

ขอบอกว่า...มันดราม่ายิ่งกว่าที่ทุกคนคิด555555


ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 

 

Chapter11   Chapter12  Chapter13

 

Chapter14  Chapter15

 
 
 
 

Chapter16

 

           

            คุโรโกะไม่เคยลืมวันนั้น วันที่อาคาชิคุงเปลี่ยนไป คนผมแดงราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน นิสัยที่เคยอบอุ่นกับเพื่อนคนอื่นๆ กลายเป็นมุ่งหวังในชัยชนะ ดวงตาสองข้างที่เคยมองมาทางเขาอย่างให้กำลังใจ กลับกลายเป็นความเย็นชา

            เพราะเขา ‘มีประโยชน์’ ต่อทีมน้อยกว่าคนอื่นๆ

            ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ...แต่เพราะระยะหลังความสามารถของเขาไม่ค่อยได้ใช้ต่างหาก ทีมปาฏิหาริย์ทุกคนเริ่มเล่นในแบบของตัวเอง ไม่มีทีมเวิร์คอีกต่อไป

            แล้วการเล่นที่ต้องพาสลูกให้คนอื่นอย่างเขาเล่า...จะส่งให้ใครกัน?

            อาคาชิอนุญาตให้คนอื่นๆในทีมไม่ต้องมาซ้อมก็ได้ถ้าไม่อยากมา ขอแค่ชนะก็พอ แต่เขายังคงต้องซ้อมทุกวัน เพราะฝีมือของเขายังพัฒนาไม่เท่ากับคนอื่นๆ

            ฤดูหนาวเริ่มต้นขึ้น การแข่งขันใกล้เข้ามาทุกขณะ คุโรโกะเบ้หน้าทุกครั้งที่เดินออกจากบ้านแล้วพบกับเกล็ดน้ำแข็งที่ร่วงลงมาจากฟ้า...หิมะ ที่เขาเกลียดที่สุด

            หิมะ...ไม่เคยพาอะไรดีๆเข้ามาในชีวิตเขา

            ‘หมายความว่ายังไง?’

            อาโอมิเนะ ไดกิมองคนตรงหน้าด้วยใบหน้าบึ้งตึง คุโรโกะยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ ตรงหน้าของพวกเขาคือกัปตันทีมที่ยืนกอดอกมองด้วยแววตาเลือดเย็น

            ‘อย่างที่บอกนั่นแหละ...วันวาเลนไทน์เรียวตะจะสารภาพกับนาย’

            คุโรโกะนิ่วหน้า ไม่แน่ใจว่าการที่อาคาชิเอาเรื่องที่คิเสะเก็บเป็นความลับมาพูดจะเป็นเรื่องดี หากแต่เขาก็ชะงักเมื่อเห็นดวงตาต่างสีที่ฉายประกายประหลาด

            ‘แล้วไง?’ คนผิวแทนย้อนถาม บีบมือร่างเล็กข้างกายแน่น ‘ฉันคบกับเท็ตสึอยู่ คงจะตอบรับหมอนั่นไม่ได้’

            ‘ก็ไม่ได้บอกให้นายไปคบกับเรียวตะ’ อาคาชิยักไหล่เล็กน้อย ดวงตาที่เป็นสีแดงข้าง สีเหลืองข้างจับจ้องมาที่ใบหน้าของคนทั้งสอง ‘เพียงแค่พูดอะไรที่ให้ความหวังหมอนั่นหน่อย นายก็รู้ใช่มั้ยว่าเรียวตะน่ะอ่อนไหวง่าย แล้วก็ใกล้จะแข่งวินเทอร์คัพแล้วด้วย ถ้าเกิดนายพูดอะไรไม่ดีจนหมอนั่นลาออกไปล่ะก็...ทีมเราต้องมีปัญหาแน่ๆ’

            ‘แต่ถ้าพูดให้ความหวังคิเสะคุงไปแบบนั้น...ถ้าเขามารู้ความจริงทีหลังจะไม่เสียใจเหรอครับ!’ คุโรโกะแย้ง อาคาชิปรายตามอง

            ‘ฉันไม่ได้ขอความเห็นนายนะเท็ตสึยะ...’ ...อึก!

            คนผมแดงคลี่ยิ้มบางๆ แต่ไม่น่าพิสมัยเอาซะเลย ‘แต่ฉันจะตอบคำถามข้อนั้นให้ก็ได้ ง่ายๆเลยนะ พวกนายก็อย่าให้หมอนั่นรู้ว่าคบกันก็สิ้นเรื่อง’

            ‘พูดบ้าอะไร!’ อาโอมิเนะ ไดกิสบถเบาๆ ‘ไปกันเถอะเท็ตสึ นี่มันไร้สาระที่สุด’

            มือหนาคว้าข้อมือเขาแล้วทำท่าเหมือนจะเดินออกไปจากห้อง แต่เสียงทุ้มหากจริงจังกลับตรึงขาเขาให้อยู่กับที่ ‘ถือว่าฉันเตือนแล้วนะไดกิ อย่าให้เรียวตะรู้เรื่องของนายกับเท็ตสึยะ ไม่งั้นเท็ตสึยะคงจะเดือดร้อนแน่ๆ’

            อาโอมิเนะชะงัก คุโรโกะเองก็ตัวชาวาบกับคำนั้น คนผิวแทนหันกลับไปทันที

            ‘คิดจะทำอะไรเท็ตสึ!?’

            ‘ฉันไม่ทำอะไรเพื่อนร่วมทีมหรอกน่า’ อาคาชิยิ้มเจ้าเล่ห์ อาโอมิเนะกำหมัดแน่น ‘แค่ถ้าคนอื่นทำก็ว่าไปอย่าง...อย่างเช่นแฟนคลับของเรียวตะ ถ้ารู้ว่าไอดอลตัวเองอกหักเพราะคนที่ชอบไปคบกับเพื่อนสนิทจะทำยังไงนะ? อ้อ แล้วช่วงนี้ก็เริ่มมีโรงเรียนมาติดต่อให้พวกนายไปเรียนม.ปลายแล้วด้วย ฉันกลัวว่า...เท็ตสึยะที่จืดจางขนาดนี้จะไม่มีโรงเรียนให้ไป แล้วถ้าใบจบการศึกษาหายไปอีกจะทำยังไง?...’

            ‘แก!!!’

            อาโอมิเนะพุ่งเข้าไปหวังจะต่อยคนผมแดง หากแต่ร่างบางข้างกายดึงรั้งเขาไว้ก่อน คนผิวแทนกระฟัดกระเฟียดด้วยความไม่พอใจ คุโรโกะจับเขาไว้ทั้งๆที่เจ็บปวดไปทั้งใจ

            เพื่อนของเขา...ใช้อนาคตของเขาเข้ามาขู่อย่างเลือดเย็นที่สุด

            ‘ตกลงว่าไง?...หวังว่าคำตอบคงจะน่าพอใจนะ’

            อาคาชิกอดอกถามเสียงเรียบ คุโรโกะกำเสื้ออาโอมิเนะแน่นขณะตอบ

            ‘ครับ เราจะปิดบังเรื่องนี้กับคิเสะคุง’

            อีกฝ่ายคลี่ยิ้มอย่างพอใจ พึมพำบอกลาและเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เขากับคนผิวแทนมองตามไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            ‘ไอ้หมอนั่น...กล้าดียังไง!’ อาโอมิเนะสบถเสียงดัง ดึงคุโรโกะเข้ามากอดแน่น ‘ไม่เป็นไรนะเท็ตสึ ฉันจะไม่ยอมให้หมอนั่นทำอะไรนายเด็ดขาด’

            คุโรโกะยกมือที่สั่นเทาขึ้นกอดตอบ สะอื้นออกมาเบาๆด้วยความเสียใจ...และน้อยใจ

            มีแค่อาโอมิเนะคุง...มีแค่อาโอมิเนะคุงเท่านั้นที่ไม่เคยเปลี่ยน

            มีแค่คุณคนเดียว ที่รักและแคร์ผมขนาดนี้

 

 

 

            คุโรโกะพยายามทำตัวปกติ อย่างน้อยก็ทุกครั้งที่อยู่กับคิเสะ แม้ว่าทุกครั้งที่เขามองใบหน้าที่ยิ้มสดใสนั่น เขาจะอิจฉาเหลือเกิน...คนๆนี้เคยรู้ไหม ว่าเขากับอาโอมิเนะต้องลำบากแค่ไหนที่ต้องปกปิดสถานะของตัวเองเอาไว้อย่างสุดกำลัง

            วันนี้ทีมปาฏิหาริย์และผู้เล่นระดับหนึ่งกว่าสิบคนไปพักแรมที่ริมทะเลสองวันหนึ่งคืนเพื่อซ้อมบาสกับทีมโรงเรียนอื่น ถึงแม้อาคาชิคุงจะบอกว่าพวกเราเก่งมากแล้ว แต่ก็อยากจะให้ไป

            ดูว่าฝีมือมัน ‘ต่างกัน’ มากแค่ไหน

            คนผมฟ้ากัดปากแน่น...เขาไม่ชอบแบบนี้เลย การที่ไปฝึกซ้อมกับคนอื่นเพียงเพราะต้องการดูว่าตัวเองจะทำคะแนนได้มากกว่าเท่าไหร่ มันไม่สนุกเลยสักนิด

            ‘เฮ้ เหม่ออะไรอยู่ได้’

            มือของร่างสูงที่โบกไปมาตรงหน้าทำให้คุโรโกะได้สติ อาโอมิเนะถอนหายใจ แล้วรีบดึงแขนคนตัวเล็กให้เดินตามมา ‘ขึ้นรถได้แล้ว เขากำลังจะไปกันแล้ว’

            คุโรโกะพยักหน้าหงึกหงัก เอากระเป๋าวางในที่วางของรถทัวร์แล้วเดินไปเปิดประตูรถ

            ข้างใน มีอาคาชิที่ยืนยิ้มน้อยๆ รออยู่

            ‘พวกนายทำให้คนอื่นต้องรอ’

            ‘เออน่า’ อาโอมิเนะบอกปัดอย่างรำคาญแล้วดึงมือคนผมฟ้าให้ขึ้นไปบนรถ สอดส่องเห็นที่วางแล้วเดินไปเพื่อจะนั่ง

            ‘เดี๋ยว’ เสียงของคนผมแดงเรียกไว้อีก คนผิวแทนหันไปมองทันที

            ‘อะไรอีกล่ะ’

            คุโรโกะรู้สึกร้อนๆหนาวๆทันทีที่ดวงตาสีเหลืองข้าง สีแดงข้างนั่นปรายตามองที่ตน รอยยิ้มมุมปากของอาคาชิผุดขึ้นอีกครั้ง

            ‘ไดกิ ไปนั่งกับเรียวตะ’ อาคาชิพยักพเยิดไปทางที่นั่งว่างข้างคิเสะ

            ‘ฮะ? ไม่! ฉันจะนั่งกับเท็ตสึ’ อาโอมิเนะโวยวายทันที

            ‘ไปนั่งกับเรียวตะซะ ไดกิ’ ดวงตาคู่นั้นมองมาอย่างกดดัน ก่อนจะเดินมากระชากแขนของร่างเล็กผมฟ้า ‘เท็ตสึยะมานั่งกับฉัน’

            ‘เฮ้ย!’

            อาโอมิเนะร้องอย่างตกใจ จะถลันตัวตามมาหากแต่มีผู้เล่นคนหนึ่งลุกขึ้นขอน้ำจากเพื่อน กั้นทางเดินไว้จนเดินไม่ได้ คุโรโกะเองก็ตกใจเมื่อตัวเองถูกลากมาที่แถวหน้าสุดซึ่งห่างจากคนอื่นๆ ประมาณสามสี่แถวได้

            ‘อาคาชิคุง!’ เขาเรียกอีกฝ่ายอย่างตกใจ อาคาชิมองเขานิ่งๆ

            ‘เข้าไปนั่งริมหน้าต่างเท็ตสึยะ’

            ‘แต่...’

            ‘เท็ตสึยะ’ อาคาชิมองเขาด้วยดวงตาจริงจัง คุโรโกะกัดริมฝีปากแน่น ยอมเข้าไปนั่งริมหน้าต่างแต่โดยดี โดยมีร่างของอีกฝ่ายนั่งลงข้างๆ

            คนผมฟ้ายกมือขึ้นมากอดอกอย่างอึดอัด เหลือบมองข้างหลังพบว่าที่อื่นมีคนจับจองหมดแล้ว รวมถึงอาโอมิเนะที่นั่งข้างคิเสะอย่างหัวเสีย เขาตัดสินใจเอนหัวซบลงกับหน้าต่างแล้วมองไปข้างนอก กำลังจะหลับตาลงแต่มือของคนแดงจับปลายคางเขาให้หันมา

            ‘กัดปากตัวเองทำไม’

            นิ้วเรียวไล้เบาๆที่ริมฝีปากซึ่งซ้ำจากการขบ คุโรโกะไม่ตอบ พยายามหลุบตาต่ำไม่มองหน้าอีกฝ่าย ได้ยินเสียงถอนหายใจจากคนข้างๆ

            ฟุบ

            ‘อาคาชิคุง!’

            คุโรโกะร้องอย่างตกใจเมื่ออีกฝ่ายดันหัวเขาให้ซบลงบนไหล่ พยายามขืนตัวไว้แต่มือนั้นกลับใช้แรงมหาศาลกดหัวเขาไว้

            ‘ถ้าง่วงก็พิงตรงนี้ อย่าไปพิงหน้าต่างมันอันตราย’

            คนผมฟ้ากัดริมฝีปากตัวเองอีกครั้ง มือสองข้างขยำชายเสื้อจนมันยับยู่ยี่ด้วยความอึดอัดอย่างท่วมท้น หลับตาลงแน่นอย่างไม่อยากจะรับรู้อะไร และสุดท้ายเขาก็คล้อยหลับไปจริงๆ

            ทริปที่ไปครั้งนี้...ไม่สนุกเลยแม้แต่น้อย

           

 

 

            ‘หวา...อย่าดันฉันสิ!!’

            ‘ออกไปเร็วๆสิคิเสะ นายจะป๊อดทำไมฮะ’ ร่างสูงผมสีเขียวพูดแล้วดันแว่นตัวเองอย่างหงุดหงิด ร่างโปร่งผมทองจึงเบะปากเหมือนจะร้องไห้

            ‘ฉัน...ฉันเปลี่ยนใจแล้วอ่ะ ไม่พูดแล้วดีกว่า’

            ‘เจ้าบ้า!!’

            ‘แง้ คุโรโกจจิ’ คิเสะวิ่งเข้าไปหลบหลังร่างเล็ก คุโรโกะอดยิ้มออกมาไม่ได้ทั้งๆที่รู้สึกย่ำแย่ ก่อนจะลูบเรือนผมสีทองของอีกคนที่ทำท่าเหมือนหมาน้อย

            ‘คิเสะคุง ไปสิครับ’

            ‘แต่ฉันไม่กล้านี่นา’ คิเสะพึมพำ ชะโงกหัวออกไปมองร่างสูงผิวแทนของอาโอมิเนะที่ยืนกอดอกมองซ้ายมองขวาด้วยความหงุดหงิด แล้วหันกลับมาส่ายหน้ารัวๆ ‘อาโอมิเนจจิกำลังหงุดหงิดอยู่ด้วยอ่ะ เขาต้องตีฉันแน่ๆเลย แง้!!’

            ‘ถ้านายไม่ออกไป ฉันนี่แหละจะตีนายเองเรียวตะ’ อาคาชิเดินมาเคาะเบาๆที่หน้าผากของคิเสะ มุราซากิบาระพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย ก่อนจะยื่นป๊อกกี้ไปป้อนคนผมทอง

        &n