[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter17

posted on 20 Oct 2013 21:26 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : ตอนนี้เราจะเติมน้ำตาลให้ทุกคน-..-

เพื่อรับมือกับมาม่าในตอนถัดๆไป


ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 

 

Chapter11   Chapter12  Chapter13

 

Chapter14  Chapter15  Chapter16

 
 
 
 
 

Chapter17

 

            “เรื่องทั้งหมดมันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ...”

            คุโรโกะถอนหายใจยาวเมื่อเล่าจบ อาโอมิเนะเบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่อยากจะฟังเท่าไหร่นัก ในขณะที่อีกสองคนที่นั่งอยู่อึ้งไปตามๆกันกับเรื่องที่คาดไม่ถึง

            “ส่วนเมื่อวานที่คิเสะคุงเห็นผมกับอาโอมิเนะไปด้วยกัน นั่นก็คือการบอกลา” คนผมฟ้าหลับตาลงราวกับข่มอารมณ์ แล้วลืมตาขึ้นด้วยแววตาจริงจัง มองใบหน้าซีดเผือกของคนผมทอง “ผมกับเขาเราผูกพันกันมามาก แต่เราจบกันแล้ว”

            ‘ว่ามาสิ...’

            ‘ผมอยากให้เรื่องทุกอย่างจบลงตรงนี้’ คุโรโกะพูดด้วยความจริงจัง หากแต่ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยกับความรู้สึกทุกอย่าง...ที่จะต้องลืมมัน

            ‘ความผูกพันของเรา...อดีตของเรา เรื่องราวทุกอย่าง ขอให้จบมันตรงนี้’ อาโอมิเนะแค่นยิ้มกับคำนั้น ‘อาโอมิเนะคุง ผมไม่เคยเสียใจที่คบกับคุณ ทุกอย่างที่คุณให้ผมมันมากเกินพอแล้ว’ ดวงตาสีฟ้าใสจับจ้องไปที่ใบหน้านั้น ‘คุณไม่จำเป็นต้องชดใช้อะไรให้ผมแล้วครับ’

            คนผิวแทนหัวเราะออกมาเบาๆ...ให้งั้นเหรอ? เมื่อเทียบกันแล้ว คนตัวเล็กนี่ให้อะไรเขามากกว่าที่เขาให้อีกฝ่ายเยอะเลย โดยเฉพาะความทรงจำดีๆ...

            แต่เขาเอง...ก็อยากจะหยุดมันเหมือนกัน

            ‘นั่นสินะ’ อาโอมิเนะพยักหน้าลงหน่อยๆ ถอนหายใจยาว ‘ฉันเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน’ มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าตัวเองแผ่วเบา ‘ฉันก็ไม่อยากให้คิเสะต้องมาเจ็บไปมากกว่านี้แล้วเหมือนกัน สิ่งที่หมอนั่นให้ฉัน...มันก็มาก มากพอที่ฉันจะรักและดูแลให้ดีที่สุด’

            คุโรโกะยิ้มบางๆออกมา ยิ้มที่ยิ้มเพราะความรู้สึกดีจริงๆ ‘คากามิคุงเองก็เป็นคนดีมากเหมือนกัน’

            ‘งั้นเราก็จบกันแค่นี้...สินะ’

            ‘ก็คงเป็นแบบนั้นครับ’

            ‘...’

            อาโอมิเนะเม้มริมฝีปาก คุโรโกะเองก็หุบยิ้ม และตอนนั้นเองที่พวกเขากอดกัน มันไม่เหมือนกับกอดลาเมื่อตอนบอกเลิก แต่มันคือกอดที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆมากมายที่พวกเขามีร่วมกัน ไม่ได้น่าเศร้าเสียใจเหมือนตอนนั้น

            และเมื่อผละออกจากกัน ก็ราวกับยกภูเขาออกจากอก

            ‘ผมจะคิดถึงคุณ...’ คุโรโกะพูดแล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาซึ้งใจ พูดด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่เพราะต้องการต่อเยื่อใยหรืออะไร

            ‘ฉัน...’ อาโอมิเนะทำท่าเหมือนจะพูดอะไร แล้วก็เปลี่ยนคำพูด ‘ตลอดเวลาที่ผ่านมา...ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่คิดถึงนาย เท็ตสึ’

            คุโรโกะหัวเราะออกมาทันที ‘พูดแบบนี้ผมคิดนะครับ’

            ‘เฮ้ย! ไม่ใช่แบบนั้นเฟ้ย’ อาโอมิเนะรีบปฏิเสธ ขมวดคิ้วอย่างหาคำอธิบายไม่ถูก ‘อาจจะเป็นเพราะ...เราจบกันแบบงงๆ ฉันเองก็ไม่รู้เหตุผลแน่ชัดที่นายบอกเลิก เพราะฉะนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันถึงคิดถึงเรื่องของนายมาตลอด คิดว่าถ้าเจอนาย...ฉันจะถามนายว่าฉันทำอะไรผิด ฉันอยากจะชดใช้มันให้นาย และฉันจะไม่ยอมให้เรื่องของฉันกับคิเสะจบลงแบบนั้นแน่’

            “เท่านี้ครับที่ผมอยากจะพูด...”

            คนผมฟ้าหยุดเล่าในที่สุด คิเสะเม้มริมฝีปากแน่นมาตลอดทั้งเรื่อง ใบหน้าขาวนวลซีดจนแทบจะไม่มีสีเลือด อาโอมิเนะเลื่อนมือไปแตะแก้มขาวเบาๆ และนั่นทำให้คิเสะสะดุ้งโหยง

            “ส่วนฉัน...” คนผิวแทนเปิดปากพูดบ้าง “ฉันเป็นคนดึงเท็ตสึให้กลับมาหาเอง แต่ไม่ใช่เพราะฉันต้องการจะรื้อฟื้นอะไร เพียงแค่...อยากจะใช้เวลาชดเชยให้ อยากให้ลบล้างสิ่งที่ไม่ดีออกไป ช่วงเวลาที่พวกเราได้อยู่ด้วยกันมันน้อย...น้อยจนน่าปวดใจ เพราะงั้นถึงได้คิดถึงและอยากอยู่ด้วยบ้าง ไม่ได้แปลว่า...ยังรักอยู่” อาโอมิเนะถอนหายใจพรืด “ฉันไม่เคยคิดว่าเรื่องมันจะเลยเถิดมาถึงนี่ ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน

            คนผมทองมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ฉันขอตัวก่อนนะ!”

            “คิเสะ!!” ร่างสูงผิวแทนลุกขึ้นตามทันทีเมื่อคนผมทองลุกพรวด คุโรโกะรีบโผล่ไปขวางไว้ คิเสะตกใจเล็กน้อยกับการปรากฏตัวแบบกะทันหัน แต่เขาก็หลับตาปี๋แล้วดันไหล่เล็กเบาๆ

            “ขอโทษนะคุโรโกจจิ แต่ตอนนี้ฉันยังไม่อยากเห็นหน้านาย”

            คุโรโกะตัวชาวาบทันที คิเสะกัดปากแล้ววิ่งออกไปจากร้านพร้อมกับมีร่างสูงของอาโอมิเนะวิ่งตามไปติดๆ ร่างเล็กของคนผมฟ้าทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นุ่ม คำพูดที่เขาไม่คิดว่ามันจะออกมาจากปากคิเสะ เพราะไม่มีสักครั้งที่คิเสะจะพูดแบบนี้กับเขา

            รวมถึง...คำพูดที่เหมือนกับของคากามิ

            “ไว้ค่อยคุยกันวันหลัง ฉันยังไม่อยากจะเห็นหน้านาย” 

            มือบางยกขึ้นมาปิดหน้าไว้อย่างเสียใจ และตอนนั้นเองความอบอุ่นก็สวมกอดเขาไว้ คนผมฟ้าสะดุ้ง เบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตาเมื่อมือหนาของคนที่เขาคิดว่าจะโกรธเขามากกำลังสวมกอดเขาอยู่อย่างแนบแน่น

            “คากามิคุง...”

            “บ้าจริง” เสียงทุ้มสบถแผ่วเบา “อย่าทำหน้าแบบนั้นได้มั้ยเล่า”

            คุโรโกะไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหน รู้แต่ว่าถ้าให้ร่างสูงกลับมากอดเขาแบบนี้แล้วล่ะก็ เขาจะยอมทำทุกอย่าง

            “คากามิคุง” เสียงเล็กเรียกชื่ออีกฝ่ายแล้วกำเสื้อตัวใหญ่แน่นอย่างกลัวว่าคนผมแดงจะทิ้งเขาไปอีก “เรื่องของผมกับเขาไม่มีอะไรแล้วจริงๆนะ เราจบกันแล้วจริงๆ”

            “พอเถอะ” คุโรโกะชะงักกับคำนั้น พยายามจะอธิบายอีกรอบแต่เสียงของอีกฝ่ายก็ขัดขึ้น “ไม่ต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้แล้ว”

            “ผม...!”

            “ฉันเชื่อนาย”

            แค่คำๆเดียว มันก็แทบจะทำให้คุโรโกะคลี่ยิ้มกว้างออกมา มือเล็กกอดอีกฝ่ายแน่น

            “ถ้านายบอกว่าจบ...ก็คือจบ” คากามิผละออกเล็กน้อย เชยคางเล็กขึ้น ดวงตาสีเพลิงแม้จะยังมีแววกร้าวอยู่ แต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยนด้วยเช่นกัน

            “อย่ามองคนอื่นนอกจากฉันนะ”

            คุโรโกะคลี่ยิ้มออกมาทันที พยักหน้ารัวๆ

            “ครับ”

            คากามิคลี่ยิ้มบางๆแล้วดึงอีกฝ่ายไปกอดไว้อีกครั้ง ร่างสูงลูบเรือนผมสีฟ้าอ่อนของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน พร้อมกับถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

            ...เท่านี้ หวังว่ามันคงจะจบลงได้สักทีนะ...

            ดวงตาสีเพลิงเบือนไปทางประตูร้าน ที่เพิ่งจะมีคนสองคนวิ่งออกไป

            ...ถ้าคุโรโกะจะไม่กลับไปหาอาโอมิเนะแล้ว...

            ...หวังว่านายจะยิ้มอย่างเดิมได้สักทีนะ คิเสะ...

 

            “คิเสะ!!”

            เสียงทุ้มที่เรียกเขาจากร้อนรนข้างหลังไม่ได้ทำให้คิเสะ เรียวตะชะลอฝีเท้าที่วิ่งเลยแม้แต่น้อย แต่มันยังทำให้เด็กหนุ่มเร่งฝีเท้าขึ้น...เพื่อทำให้อีกฝ่ายไล่เขาไม่ทัน

            “คิเสะ!!”

            ใบหน้าสวยของอดีตโมเดลหนุ่มซีดเผือก ทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวที่คนผมฟ้าเล่าเขาก็รู้สึกอยากจะเป็นลมมันตรงนั้น ตอนนี้เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว...ทั้งเหตุผลที่อาโอมิเนะมาคบกับเขา เหตุผลที่ทุกครั้งเวลามองคุโรโกะ...ร่างสูงจะโหยหาอยู่เสมอ

            และมันทำให้เขารู้สึกผิดจนไม่กล้าไม่สู้หน้าใครสักคน

            คิเสะรู้...ว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่ใครๆรัก เขาก็เป็นคนธรรมดาที่มีความรัก สดใสร่าเริง..และเห็นแก่ตัวเหมือนกับคนอื่นๆ

            ตลอดเวลาที่อยู่ที่เทย์โค ทำไมเขาจะไม่รู้...ทำไมเขาจะไม่เห็น ว่าสองคนนั้นน่ะมีอะไรที่มากกว่าเพื่อน แต่เขาก็ยังคงยิ้ม ยังคงบอกกับคนอื่นๆได้อย่างน่าไม่อายว่าเขาชอบร่างสูงผิวแทน เขาแค่อยากจะเป็นคนสำคัญของอาโอมิเนจจิ อยากจะไปยืนแทนที่คุโรโกจจิ

            เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการกระทำนั้นมันจะทำให้เพื่อนรักของเขาต้องเสียใจแค่ไหน

            วันนั้นที่เขาไปแลกเปลี่ยน พอเดินเข้าไปในทางขึ้นเครื่องแล้วเขากลับไม่อยากไปขึ้นมาซะอย่างนั้น เพราะที่นี่มีคนที่เขารักมากเหลือเกิน และตอนนั้นเองที่เขาตัดสินใจเดินกลับไป...

            เพื่อพบเจอกับถ้อยคำที่เจ็บปวดเป็นที่สุด

            ‘อาโอมิเนะคุง! ปล่อยผมนะ!’

            ‘จะดิ้นทำไมเล่า เขาหันมามองกันหมดแล้วเนี่ย’

            ‘แต่คิเสะคุง...’

             ‘หมอนั่นเดินขึ้นเครื่องไปแล้ว ป่านนี้คงไปนั่งจีบแอร์โฮสเตสอยู่บนเครื่องนั่นแหละ ไม่เห็นต้องไปสนใจเลย ตอนนี้มีแค่ฉันกับนายแล้วนะ’ ร่างสูงผิวแทนกอดเขาแน่นขึ้นอีกจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรง ‘ฉันรู้ว่านายอึดอัดใจมากตลอด...แต่ตอนนี้พวกเราจะได้อยู่ด้วยกันสองคนแล้วนะ’

            คำพูดของร่างสูงยังคงก้องอยู่ในหัวตอนนั้น คิเสะแทบจะไม่มีแรงที่จะลากกระเป๋าขึ้นไปบนเครื่อง เมื่อไปถึงที่นั่งแล้วเขาก็นั่งร้องไห้อย่างไม่อายใคร เขารู้ว่าสองคนนั้นมีอะไรที่มากกว่าเพื่อน แต่เขาเองก็คิดว่าเขามีความสำคัญกับสองคนนั้น...เพราะฉะนั้นถ้อยคำว่า ‘ไม่เห็นต้องไปสนใจ’ น่ะมันใจร้ายมากเลยนะ

            คิเสะตัดสินใจ...ว่าตัวเองจะเริ่มต้นใหม่ จะตั้งตัวใหม่

            และจะหาคนรักใหม่...

            อาจจะเป็นเพราะถ้อยคำของอาโอมิเนะก็ได้