[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter18

posted on 16 Nov 2013 21:31 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : ใครยังไม่ได้อ่านเหตุการณ์ปัจจุบัน ณ ร้านไอติม 

กลับไปอ่านซะน้าาา เดี๋ยวจะงงว่าทำไมดีกัน555


ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 

 

Chapter11   Chapter12  Chapter13

 

Chapter14  Chapter15  Chapter16

 

 

Chapter17

 


 

 

 

Chapter18

 

 

            วันนี้หิมะตกหนัก...

            คุโรโกะมองลอดออกไปนอกหน้าต่าง เกล็ดสีขาวสวยงามร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า แสงแดดอ่อนสะท้อนมันจนแวววาวราวกับอัญมณี จริงๆเขาเริ่มสังเกตตั้งแต่วันที่ไปคุยกับอาโอมิเนะที่โรงยิมแล้ว แต่วันนั้นแค่ตกลงมาเล็กน้อย ส่วนวันนี้...ไม่ว่าจะมองไปทางไหนข้างนอกก็กลายเป็นสีขาวโพลน

            คุโรโกะ เท็ตสึยะเกลียดหิมะ จริงอยู่ที่มันเป็นสีขาวบริสุทธิ์ แต่สำหรับเขาแล้วมันช่างทำให้หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ หลายเหตุการณ์อันน่าเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในชีวิตเขา...มักจะมีหิมะอยู่ด้วยเสมอ

            ...วันนี้หิมะตกหนักจริงๆ...

            ...หวังว่าจะไม่มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นอีกนะ...

 

 

 

 

            “ฮู่ว  นึกว่าจะมาไม่ได้ซะแล้ว”

            “คากามิคุง!!”

            ร่างเล็กรีบถลันตัวไปเปิดประตูให้ร่างสูงที่เดินเข้ามาพร้อมกับแจ็กเก็ตตัวหนาซึ่งมีเกล็ดสีขาวอยู่เต็มเสื้อไปหมด มือเล็กรีบปัดมันออกให้ คากามิยิ้มออกมา

            “หนาวเนอะ”

            “คุณนี่ก็บ้า หิมะตกหนักแบบนี้ยังอุตส่าห์จะมาอีก” คุโรโกะบ่น “ทำไมไม่บอกก่อนล่ะครับ”

            “ก็คิดถึง...”

            คำพูดสั้นๆแต่ทำให้ใบหน้าขาวใสแดงระเรื่อขึ้นทันที และคนผมแดงก็ชอบใจมากซะด้วยเมื่อเห็นอย่างนั้น คุโรโกะดันอีกฝ่ายออกแล้วเดินไปเพิ่มอุณหภูมิเครื่องทำความร้อน

            “น่าเสียดายชะมัด”

            เสียงทุ้มบ่นเบาๆ คุโรโกะหันไปมอง “เรื่องอะไรเหรอครับ?”

            “จู่ๆหิมะก็มาตกกะทันหัน ทำให้คอนเสิร์ตของวง Monster ต้องเลื่อนออกไปแบบไม่กำหนดเลย แย่ชะมัด”

            ดวงตาสีฟ้าใสเบิกกว้างขึ้นอย่างแปลกใจ “เอ๊ะ คุณรู้จักด้วยเหรอ?”

            “เอ้า วงของอเมริกาฉันก็ต้องรู้จักสิ ฉันเคยอยู่อเมริกามาก่อนนะเจ้าบ้า!” คากามิถลึงตาใส่แล้วเอื้อมมือมาขยี้ผมสีฟ้าจนยุ่งเหยิง คุโรโกะพยายามปัดป้อง

            “นายสิ...เห็นนิ่งๆแบบนี้รู้จักวงร็อคกับเขาด้วยหรือไง”

            “ผมก็ชอบฟังเพลงนะ!” คุโรโกะเถียงกลับบ้าง “ผมเองก็เป็นแฟนคลับวงนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนเทย์โคแล้วเหมือนกัน จริงๆคอนเสิร์ตครั้งนี้ผมก็นัดไปดูกับอาโอมิเนะคุง แต่ดันยกเลิกไปก่อน...” เสียงนุ่มหายไปในลำคอเมื่อระลึกได้ว่าตัวเองเพิ่งพูดชื่อของใครบางคนออกไป ดวงหน้าเล็กจับจ้องอีกฝ่ายอย่างกระวนกระวายทันทีเพราะกลัวว่าร่างสูงจะโกรธเขาอีก

            แต่คากามิไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร ร่างสูงเพียงแค่พยักหน้าอย่างรับฟัง

            “น่าเสียดายเนอะ”

            คุโรโกะมองอีกฝ่าย แล้วคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

            “คากามิคุง” ร่างเล็กโน้มตัวไปกอดอีกฝ่ายไว้ คากามิดึงอีกฝ่ายให้มานั่งอยู่ตรงกลางระหว่างขาสองข้างแล้วกอดไว้แน่นเพื่อลดความหนาวเย็น

            “หนาวเนอะ...”

            “ครับ”

            คุโรโกะพูดด้วยรอยยิ้มน้อยๆอย่างสุขใจ ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ทุกอย่างกำลังกลับไปเป็นเหมือนเก่า...ไม่สิ เริ่มใหม่อีกครั้งต่างหาก

            มีความสุขที่สุด...

            “ฉันไม่โกรธนายหรอกนะ...”

            จู่ๆคากามิก็พูดขึ้นมา คุโรโกะที่นั่งพิงอีกฝ่ายอยู่เอี้ยวหน้าไปมองเล็กน้อยอย่างสงสัย คนตัวสูงก้มลงจูบเบาๆบนหน้าผากมนแล้วยิ้มให้

            “นายบอกว่าจบแล้ว เพราะฉะนั้นฉันก็จะไม่ตะขิดตะขวงอะไรอีก ถ้านายอยากจะพูดชื่อหมอนั่นออกมาก็ไม่เป็นไร ฉันเชื่อใจนาย”

            คุโรโกะอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าเข้าไปแตะริมฝีปากลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน คากามิเองก็หลับตาลงกับสัมผัสนั้น เลิกคิ้วหน่อยๆเมื่อร่างเล็กผละออก

            คนตัวสูงทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่พอใจแล้วยื่นหน้าเข้าไปสานต่อจูบนั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คุโรโกะเป็นฝ่ายหลับตาลงบ้าง

            เมื่อถอนริมฝีปากออกไปแล้ว ร่างเล็กก็พูดขึ้นเบาๆ

            “ที่เวลาผมจูบคุณแล้วผมแค่แตะริมฝีปากลงไป เพราะแต่ก่อนเวลาผมจูบเขา...มันไม่ใช่แบบนี้ กับคุณผมอยากให้มันเป็นความทรงจำใหม่ ไม่อยากให้ภาพของใครมาซ้อนทับกับคุณ” เพราะร่างสูงบอกว่าถ้าพูดจะไม่โกรธ คุโรโกะถึงได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “คุณไม่พอใจ...รึเปล่าครับ?”

            คากามินิ่งไปเล็กน้อยกับคำกล่าวนั้น ก่อนจะส่ายหน้าหน่อยๆ

            “ต่อให้นายแค่จุ๊บฉัน ฉันก็จะเปลี่ยนมันเป็นจูบเองแหละ”

            “...คุณมันหื่น”

            คนผมแดงเหลือบดำหัวเราะออกมาเบาๆแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ศีรษะเล็กของอีกฝ่ายพิงอกเขาไว้ราวกับลูกแมว คากามิลูบผมอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน คนผมแดงเบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง ถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นแต่สีขาว...

            ดวงตาสีเพลิงเบนกลับมามองคนที่อยู่ในอ้อมกอดเขา

            คุโรโกะเป็นเงา...ชื่อของเจ้าตัวก็แปลว่าสีดำ

            ไม่แปลกเลยที่จะไม่ถูกกับหิมะสีขาวเช่นนั้น

            “จริงสิคุโรโกะ” คากามินึกอะไรขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขาคิดไปครู่หนึ่งก็เถอะว่าควรจะพูดออกมาไหม “นายได้คุยกับคิเสะรึยังน่ะ...?”

            ดวงตาสีฟ้าใสไหววูบทันที ก่อนจะเม้มริมฝีปากหน่อยๆ ตั้งแต่วันที่พวกเขาสี่คนไปรวมตัวกัน ถ้านับจนถึงวันนี้ก็ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์กว่าๆได้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้คุยกับคิเสะเลยหลังจากนั้น ไม่ใช่เพราะเจ้าตัวหลบหน้าเขา แต่เขาเองต่างหากที่ไม่กล้าไปเจอหน้าอีกฝ่าย หนำซ้ำหิมะตกแบบนี้ยังลำบากในการเดินทางอีกต่างหาก

            ...เกลียดหิมะจริงๆ...

            “ยังเลยครับ...”

            “งั้นเหรอ...” คากามิพึมพำแผ่วเบากับตัวเอง ก่อนจะเพิ่มเสียงขึ้นเมื่อพูดกับคนผมฟ้า “ทำไมนายไม่ลองเปิดใจคุยกับหมอนั่นดูล่ะ? นายโกรธเขาอยู่หรือไง?”

            “เปล่าครับ ผมไม่ได้โกรธคิเสะคุง” คุโรโกะรีบปฏิเสธทันที “เพียงแต่ว่า...”

          “ขอโทษนะคุโรโกจจิ แต่ตอนนี้ฉันยังไม่อยากเห็นหน้านาย” 

            “ผมว่าคิเสะคุงนั่นแหละที่โกรธ...”

            “เฮ้ๆ ฉันไม่ได้พูดเรื่องนี้เพื่อทำให้นายรู้สึกแย่นะ” คากามิรีบพูดพร้อมกับบีบจมูกของคนตัวเล็กเบาๆจนคุโรโกะหลับตาปี๋ “ฉันแค่ไม่อยากให้นายกับเพื่อนนายทะเลาะกันเท่านั้นแหละ”

            “ผมเองก็อยากคุยกับเขานะ” คุโรโกะพูด เบือนหน้าไปมองหน้าต่าง “แต่กลัวเขาจะไม่อยากคุยกับผมเนี่ยล่ะสิ”

            “ไม่หรอกน่า...” คากามิหันไปมองหน้าต่างบ้าง “คนอย่างคิเสะไม่โกรธใครนานหรอก”

            เพราะว่ากำลังคิดถึงเรื่องของคนผมทองอยู่ คุโรโกะถึงไม่ได้เอะใจในคำพูดของคากามิเลยว่าทำไมเจ้าตัวถึงพูดเหมือนรู้จักคิเสะดี คนตัวเล็กกำลังคิดอยู่ในใจว่าวันนี้แหละ!...วันนี้แหละเขาจะเป็นฝ่ายไปคุยกับคิเสะให้รู้เรื่อง เพราะไม่อยากให้คนผมทองต้องรู้สึกไม่สบายใจ

            เขาอาจจะลืมไปว่าข้างนอก...

            หิมะที่เขาเกลียดนักเ