[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter19

posted on 13 Dec 2013 20:44 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : เตือนไปแล้วน้าว่าอารมณ์เปลี่ยนเร็วมาก

ตอนนี้ดราม่ามั่กๆ เตรียมทิชชู่ (??) เอาไว้เลยแล้วกัน


ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 

 

Chapter11   Chapter12  Chapter13

 

Chapter14  Chapter15  Chapter16

 

Chapter17  Chapter18

 

 

 

 

 

Chapter19

 

 

 

 

            “คุโรโกจจิ..?”

            เสียงทุ้มของอีกฝ่ายเรียกให้เขาหลุดออกจากภวังค์ คุโรโกะหันไปมองใบหน้าของคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ในมือมีผ้าขนหนูสำหรับเช็ดเรือนผมสีทองที่เปียกจากการอาบน้ำ ดวงตาสีอำพันกระพริบหน่อยๆเมื่อเห็นใบหน้าไม่สู้ดีของเขา

            “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ?...มีอะไรงั้นเหรอ”

            คิเสะถามด้วยน้ำเสียงกังวลหน่อยๆ ร่างโปร่งเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือเข้ามาเหมือนจะวัดไข้เขา แต่คุโรโกะถอยหลบอย่างเผลอตัว ดวงตาสีฟ้าใสจ้องคนตรงหน้าอย่างเคลือบแคลง

            “คุโรโกจจิ...?” คิเสะเอียงคอมองอย่างงุนงง

            “คิเสะคุง” คุโรโกะพึมพำชื่ออีกฝ่าย “ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”

            “...?”

            “ผมรู้มาจากอาโอมิเนะคุง ว่ามีวันหนึ่งที่คุณไปผับ กินเหล้าจนเมาแล้วก็ไม่ได้กลับห้อง” คุโรโกะเบือนหน้าเหมือนไม่มองคิเสะ หากแต่เขากำลังจับจ้องที่เสื้อสีแดงบนหลังตู้ต่างหาก “ขอถามได้ไหมว่าคืนนั้นคุณไปอยู่กับใคร”

            คิเสะชะงักกึก ความรู้สึกผิดเข้าครอบคลุม “ทำไม...จู่ๆถึงพูดถึงมันขึ้นมาล่ะ”

            “แค่สงสัยน่ะครับ”

            “...” คิเสะเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มสดใส “ไม่มีอะไรหรอก แค่คนใจดีน่ะ”

            คุโรโกะยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย แม้ว่าในใจของเขากำลังร่ำร้อง...ใบหน้ายิ้มที่จงใจปรุงแต่งแบบนั้น ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกปวดใจ...

            “เหรอครับ...” เขาพยายามพูดไม่ให้เสียงสั่น “คนๆนั้นใจดีมากเลยสินะ”

            ประโยคสุดท้ายเขาเผลอพูดออกไปอย่างประชด คิเสะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันเหม่อลอยราวกับกำลังคิดถึงอะไรบางอย่าง ฉับพลัน...ริมฝีปากสีสวยก็คลี่ยิ้มออกมา คุโรโกะเบิกตากว้างมองใบหน้าที่แสดงความชื่นชมอย่างเห็นได้ชัดนั่น

            “อืม ใจดี แล้วก็แสนดีมากๆด้วย” คิเสะพูดตามที่ตัวเองคิด ไม่ได้สนใจสีหน้าที่แสดงความเจ็บปวดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย “คนๆนั้นน่ะนะ...ฉันจะไม่มีวันลืมเขาเด็ดขาด”

            คุโรโกะกำมือแน่นจนปวดแปลบ หัวใจปวดหนึบจนชา เขามองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความชื่นชมของคิเสะแล้วกัดริมฝีปากแน่น

            ...นั่นสินะ คุณไม่มีวันลืมเขาได้...

            ...เขาเอง...ก็คงยังไม่ลืมคุณเหมือนกัน...

            “ผม...ขอตัวก่อน”

            คนผมฟ้าพูดสั้นๆโดยไม่สบตา ก่อนจะลุกขึ้นพรวดแล้วก้มหัวหน่อยๆให้อีกฝ่าย สาวเท้าวิ่งออกมาจากบ้านนั้นโดยไม่ฟังเสียงทัดทานด้านหลัง

            “คุโรโกจจิ! หิมะยังตกหนักอยู่เลยนะ!?”

           

 

 

 

 

 

            คุโรโกะวิ่ง...วิ่ง แล้วก็วิ่งออกมาโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ในหัวสมองของเขามีแต่ภาพของคากามิและคิเสะที่เห็นในโทรศัพท์ ไม่สนใจแม้กระทั่งตำรวจจราจรที่กำลังเดินประกาศให้ประชาชนที่ออกนอกบ้านกลับเข้าบ้าน เพราะหิมะตกหนักจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้

            อาจจะเป็นเพราะเขามักจะไม่เป็นที่สังเกต เลยทำให้ตำรวจพวกนั้นมองไม่เห็นเขาและปล่อยให้ร่างเล็กๆวิ่งผ่าหิมะออกไปคนเดียว

            และกลืนหายไปกับสีขาวบริสุทธิ์...

 

 

 

 

 

            คากามิ ไทกะเดินฮัมเพลงออกจากบ้าน มุ่ยหน้าหน่อยๆในขณะที่มองหิมะที่ตกลงมาไม่หยุด ถึงมันจะสวยดีก็เถอะ แต่เขาเริ่มจะเชื่อคุโกะแล้วล่ะว่ามันอาจจะเป็นลางไม่ดีจริงๆก็ได้ ตกลงมาเยอะแบบนี้น่ะ

            ดวงตาสีเพลิงพยายามมองวิสัยทัศน์ตรงหน้า หากแต่ทำได้ยากยิ่ง

            ร่างสูงถอนหายใจ อย่างน้อยมันก็ยังไม่มากพอจะทำให้เดินทางไม่ได้ เพราะงั้นเขาจึงซุกมือลงกับกระเป๋ากางเกงแล้วย่ำเท้าเดินต่อไปโดยไม่หวั่นเกรงใดๆ

            ลมหนาวพัดพาให้ผิวกายเย็นเฉียบ แต่เพราะมีนัดกับคนสำคัญคากามิจึงไม่คิดจะยกเลิก

            คนผมแดงสาวเท้าเดินต่อไปตามทางที่คุ้นชิน

            ตุบ!!

            ร่างหนึ่งวิ่งมาชนเขาอย่างจัง และความรู้สึกบางอย่างก็แวบเข้ามาในความคิดเขา

            ...อุ่น...

            ดวงตาสีเพลิงมองต่ำลง เรือนผมที่เป็นเอกลักษณ์นั่นทำให้รู้ทันทีว่าใคร

            “...คิเสะ?”

            เจ้าของชื่อนิ่งไปสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา ใบหน้าขาวนวลซีดลงเพราะความหนาว หากแต่ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้คืออุ่น...อุ่นและชวนให้สดชื่น

            “หวัดดีคากามิจจิ” คนผมทองฉีกยิ้มให้เขา “หิมะตกหนักอย่างนี้ยังจะออกไปข้างนอกอีกเหรอ?”

            “นายเองก็เหมือนกันนั่นแหละ” เสียงทุ้มบ่น “ฉันมีนัดกับทัตสึยะน่ะ เขาเพิ่งมาแถวนี้ไม่กี่วันเอง เห็นบอกว่าทำงานอยู่ที่ร้านอะไรสักอย่าง”

            ดวงตาสีอำพันเป็นประกายขึ้นทันที “ฮิมุโรจจิน่ะเหรอ!? ฉันก็อยากเจอเหมือนกัน แต่ว่า...” คิเสะคลี่ยิ้มเฝื่อนๆออกมา “วันนี้ฉันมีนัดกับอาโอมิเนจจิน่ะ เลื่อนไม่ได้ด้วยเพราะเป็นวันครบรอบสี่ปีที่คบกัน นัดกันที่ร้านเค้กตรงโน้น” คนพูดเบาเสียงลงเรื่อยๆแล้วมองหน้าเขาอย่างกังวล คากามิยอมรับว่าตัวเองรู้สึกโหวงหน่อยๆเมื่อได้ยินอย่างนั้น แต่มันก็ไม่มากพอที่จะทำให้เขาเปลี่ยนสีหน้า

            “ไม่เป็นไรหรอก” เขาส่ายหัวหน่อยๆ “ไว้วันหลังก็ได้ ทัตสึยะก็คงอยากเจอนาย”

            คิเสะหัวเราะแห้งๆ...อยากรู้จังตอนฮิมุโรจจิเจอเขาจะทำหน้ายังไง เล่นทิ้งน้องชายเขามาแบบนั้น คงโดนสักหมัดสองหมัดล่ะนะ...

            “งั้นฉันขอตัวก่อนนะ” คนผมทองพูดเสียงใส โบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม “ฝากความคิดถึงไปให้ฮิมุโรจจิด้วยล่ะ!”

            “อื้อ รีบไปเถอะ เดี๋ยวหมอนั่นจะรอนาน”

            “อื้อ!”

            คากามิมองร่างโปร่งของคิเสะที่เดินกลืนหายไปกับหิมะสีขาว ถอนหายใจแผ่วเบา

            ...ขอแค่หมอนั่นยิ้มได้แบบนี้ ฉันก็พอใจแล้วล่ะ...

            ...มีความสุขมากๆนะคิเสะ...

 

 

 

 

 

 

            คุโรโกะนั่งอยู่ที่ม้านั่งในสวน สวนที่คากามิเคยพาเขามาเลี้ยงเด็กอนุบาลนั่นแหละ สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆบัดนี้ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ร่างเล็กนั่งเงยหน้ามองเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาไม่หยุด หนาวเหน็บไปทั้งกายและใจ...ไม่รู้ว่าตัวเองนั่นตรงนั้นมานานแค่ไหนแล้ว

            ...ทำไม...ถึงไม่เคยบอกอะไรเลย...

            เขาไม่ได้โกรธที่อีกฝ่ายผิดบัง ในเมื่อเขาก็มีเรื่องที่ปิดบังมากมาย แต่เพียงแค่...น้อยใจ

            และหวาดหวั่น...

            ทำไมคากามิถึงไม่บอกเขาเรื่องที่ไปทะเลกับคิเสะวันนั้น? ทำไมถึงไม่บอกว่าเป็นคนไปรับคิเสะมาจากผับและอยู่ด้วยกันทั้งคืน? ทั้งๆที่เขาก็ไปบ่นกับอีกฝ่ายว่าอาโอมิเนะกับคิเสะทะเลาะกัน ทำไมถึงไม่บอกล่ะว่า...มันไม่มีอะไรหรอก เพราะคนที่คิเสะไปค้างด้วยคือฉัน

            ถ้ามันไม่มี ‘อะไร’ ทำไมถึงไม่บอกล่ะ???

            เอี๊ยด!

            แว่วเสียงล้อบดกับถนนดังลั่น คุโรโกะเพียงเหลือบตาไปมอง ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างที่คุ้นตาเดินลงมาจากมอเตอร์ไซต์แล้วตรงเข้ามาหาเขา

            “...เป็นอะไร?”

            คนผมฟ้าไม่ตอบ เบือนหน้าหนีสีหน้าเป็นห่วงของอีกคน

            “เท็ตสึ...” เสียงเรียกชื่อทำให้เขารู้สึกจุกในอก ร่างสูงผิวแทนเลื่อนมือไปจับมือที่เย็นเฉียบเพราะความหนาวของเขา ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้าง

            “ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้!”

            “...”

            “ไปกับฉัน!”

            ดวงตาสีฟ้าใสเบิกกว้างเมื่อร่างของตนถูกฉุดให้ไปนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์ของอีกฝ่าย พยายามขืนตัวไว้แต่ก็สู้แรงของคนตัวสูงกว่าไม่ได้

            “ปล่อยนะ! คุณมีนัดกับคิเสะคุงไม่ใช่เหรอไง!?”

            “ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย”

            เสียงทุ้มพูดลอดออกมาท่ามกลางลมที่ตีพัดหน้า คุโรโกะจำเป็นต้องเอื้อมมือไปโอบเอวแกร่งไว้เมื่ออาโอมิเนะขับมอเตอร์ไซต์ให้พุ่งทะยานไปท่ามกลางความหนาวเหน็บ ทั้งๆที่ลมแรงแต่คุโรโกะแทบไม่รู้สึกหนาว แผ่นหลังของคนตรงหน้าบังลมให้เขาได้เกือบหมด

            อดไม่ได้ที่จะซุกหน้าลงกับเสื้อโค้ทของอีกฝ่าย ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามา

            และเขาก็ทรยศคิเสะกับคากามิอีกครั้ง...

 

 

 

 

 

 

            “ใส่ซะ แล้วก็ห่มผ้าหนาๆ”

            อาโอมิเนะโยนเสื้อมาใส่หัวเขา คุโรโกะหรี่ตามองเล็กน้อย...ช่างเหมือนกับคิเสะคุงซะเหลือเกินนะครับ เพียงแค่คนผมทองส่งให้เขาอย่างนุ่มนวลกว่านี้เท่านั้นแหละ...

            คนตัวเล็กกัดปากเมื่อใบหน้าของคิเสะลอยเข้ามาในหัว ทั้งๆที่บอกไปแล้วว่าเรื่องมันจบ และจะไม่มีเรื่องอะไรปิดบังอีก...แต่ทำไมล่ะคิเสะคุง ทำไมคุณถึงไม่บอกผม...

            หรือจริงๆแล้ว...คุณเองก็ลื