[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter20

posted on 04 Jan 2014 22:02 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : ตอนนี้ดราม่ามากกว่าเดิมสามเท่า (???)


ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 

 

Chapter11   Chapter12  Chapter13

 

Chapter14  Chapter15  Chapter16

 

Chapter17  Chapter18  Chapter19


 

 

Chapter 20

 

 

            อาโอมิเนะ ไดกิลืมตาตื่นเมื่อรู้สึกถึงแรงสะกิดที่ชายเสื้อ เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นก็มองเห็นร่างเล็กของอดีตคู่หูที่มองเขาอย่างตื่นตระหนกเล็กๆ ใบหน้าใสยังคงขึ้นสีระเรื่อเพราะพิษไข้ที่ยังไม่หายดี เขากระพริบตาอย่างพยายามปรับภาพให้ชัด ยืดตัวขึ้นพร้อมกับบิดขึ้นเกียจ

            “อื้อ...เมื่อยเป็นบ้าเลย” ร่างสูงบ่นกับตัวเอง เมื่อคืนเขานั่งเฝ้าคุโรโกะจนผล็อยหลับไปทั้งๆที่นั่งอยู่ ทำให้เส้นยังไม่ค่อยยืดเท่าไหร่นัก

            “นี่...เกิดอะไรขึ้น” คุโรโกะถามเสียงแหบหน่อยๆ “ผมอยู่ที่ไหน?”

            “ห้องฉัน” อาโอมิเนะตอบสั้นๆ “จำไม่ได้หรือไง เมื่อวานนายไปนั่งเล่นกลางหิมะจนเป็นไข้ ฉันต้องหอบนายกลับมาแล้วก็เช็ดตัวให้”

            ดวงตาสีฟ้าใสกระพริบเบาๆเหมือนพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ แล้วก็เบิกกว้างขึ้นทันที

            “อาโอมิเนะคุง! บอกผมมาสิว่าเมื่อวาน...เมื่อวานคุณไปตามนัดกับคิเสะคุง”

            คุโรโกะพูดเสียงจริงจังแล้วจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างคาดคั้นคำตอบ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือดวงตาที่หลุบต่ำและใบหน้าคมที่เบือนหนี...

            ...เท่านั้นก็ตอบคำถามได้ทุกอย่าง

            “ทำไมล่ะครับ!” คนตัวเล็กเผลอขึ้นเสียงจนเจ็บคอ “เมื่อวานเป็นวันพิเศษที่พวกคุณคบกันไม่ใช่หรือไง แล้วทำไม...ทำไมถึง...”

            “ฉันทิ้งนายไม่ได้เท็ตสึ” อาโอมิเนะถอนหายใจตอบ “จะให้ฉันไปฉลองกับคิเสะโดยทิ้งนายที่กำลังป่วยซมอยู่บนเตียงได้ยังไง”

            คุโรโกะนิ่งไป พร้อมกับกัดริมฝีปากอย่างแรงทันทีด้วยความรู้สึกผิด มือที่กำผ้าห่มของเขากำแน่นจนมันยับยู่ยี่ เงยใบหน้าขึ้นมองเพดานเพื่อข่มอารมณ์ทุกอย่างในใจ

            สุดท้ายก็เป็นเขาอีกแล้ว...เป็นเขาอีกแล้วที่ทำร้ายคิเสะคุง

            แต่ก่อนที่บทสนทนาจะต่อไปมากกว่านั้น เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้น กดรัวราวกับว่าผู้มาใหม่กำลังร้อนใจ...และคงกำลังหงุดหงิดมาก อาโอมิเนะถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะเหลือบตามองคนป่วย

            “รออยู่ตรงนี้ล่ะ”

            ร่างสูงผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู เขาไม่ได้ใส่ใจมองตาแมวว่าใครมา มือหนาหมุนลูกบิดเปิดประตู ยื่นหน้าออกไปมองผู้มาใหม่

            “มีอะ...”

            พลั่ก!!

            ยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยค กำปั้นหนักๆของใครบางคนก็ซัดเข้ามาเต็มหน้าจนอาโอมิเนะแทบจะล้มลงไป ดีที่เขาพอมีวิชาเลยสามารถยืนต่อได้อย่างมั่นคง

            “นี่มันอะไรกันฮะ!!”

            คนผิวแทนตวาดผู้มาใหม่ที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าโมโห มือของอีกฝ่ายกระชากคอเสื้อเขาแล้วเหวี่ยงออกมาจากประตูห้องพัก ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่ห้องพักเขาอยู่ชั้นหนึ่ง ร่างของเขาเลยกระเด็นไปกระแทกกับพุ่มไม้แถวๆนั้น และหิมะที่ค้างบนต้นก็หล่นลงมาทับเขาทันที

            อาโอมิเนะกัดฟันแน่นอย่างไม่ทนอีกต่อไป กำมือแน่นแล้วสวนกลับใส่ร่างสูงผมสีแดงแซมดำที่หมุนตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด คนผิวแทนไม่จบแค่นั้นแต่ยกขาขึ้นถีบอีกฝ่ายจนล้มลงไปบ้าง

            “นี่แก...คากามิ?” เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด คากามิเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับกุมท้องอย่างจุกๆ ร่างสูงโปร่งไม่แพ้กันลุกขึ้นยืนทันที

            “เออ! ยังดีที่จำกันได้”

            “ถ้าจะมาเรื่องเท็ตสึล่ะก็ฉันอธิบายได้ หมอนั่นนอนอยูในห้องฉันตอนนี้ เขาเป็นขะ...”

            “ว่าไงนะ!!” คากามิสวนขึ้นมาทั้งๆที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบ ดวงตาสีเพลิงมองอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นกว่าเดิม มือกระชากคอเสื้อคนผิวแทนอย่างแรง

            “ถ้าคุโรโกะอยู่กับแก...ก็แปลว่า” คากามิเบิกตากว้างขึ้น “หนอย! ไอ้สารเลวเอ๊ย!”

            “พอเถอะ คากามิจจิ”

            เสียงใสที่ดังขึ้นจากอีกทางทำให้อาโอมิเนะหันไปมองแทบจะในทันที ร่างโปร่งของคนที่เขาเป็นห่วงยืนอยู่ตรงนั้น ใกล้ๆกับกองหิมะที่ถูกทำขึ้นเป็นรูปสโนว์แมน คงมีเด็กสักคนมาทำไว้

            “คิเสะ...” อาโอมิเนะเรียกชื่อของ ‘คนรัก’ ที่มองเขาอย่างไม่บ่งบอกอารมณ์

            “คากามิจจิ ปล่อยเขา” คิเสะเดินมาแตะข้อมือหนาเบาๆ คากามิสบถแต่ก็ยอมปล่อย “ฉันอยากคุยกับเขาตามลำพัง”

            คนผมแดงถอนหายใจอย่างหงุดหงิดขั้นสุดยอด ยกมือขึ้นกอดอกแล้วเดินเลี่ยงไปยืนใกล้ๆกับประตูหน้าห้องอาโอมิเนะ ดวงตาสีเพลิงเหลือบมองมันแล้วเม้มปากเมื่อนึกถึงคนที่อยู่ข้างใน

            คิเสะหันกลับมามองร่างสูงตรงหน้าเขาต่อ ริมฝีปากบางฉีกยิ้มเหมือนที่ชอบทำ อาโอมิเนะมองรอยยิ้มที่ดูยังไงก็ปั้นแต่งนั่นด้วยดวงตาสั่นไหว และเพราะแบบนั้นคิเสะจึงหุบยิ้มลง ถอนหายใจ

            “ว่าแล้ว...หลอกอาโอมิเนจจิไม่ได้จริงๆด้วย”

            “คิเสะ ฉันอธิบายได้นะ” อาโอมิเนะพูดพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไป แต่คิเสะถอยห่างไปจนระยะห่างเท่าเดิม และมันทำให้คนผิวแทนรู้สึกปวดหนึบ

            “เอาล่ะ เมื่อวานฉันไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งนาย แต่ว่าตอนขับรถไปฉันเจอเท็ตสึนั่งอยู่คนเดียวในสวน หมอนั่นหนาวจนจับไข้ ฉันก็เลยพากลับมาที่ห้อง ฉันไม่กล้าทิ้งหมอนั่นที่นอนป่วยไว้...”

            “แล้วทำไมต้องโกหกว่าญาติขอให้ช่วยด้วยล่ะอาโอมิเนจจิ” คิเสะพูดเสียงเรียบ ดวงตาสีอำพันสั่นระริกขึ้นมาเล็กน้อยอย่างเจ็บปวด “คุโรโกจจิน่ะ...คุโรโกจจิก็เป็นเพื่อนฉันเหมือนกันนะ”

            “...ฉันขอโทษ” อาโอมิเนะถอนหายใจ “ฉันแค่ไม่อยากให้นายเข้าใจผิดว่าฉันอยู่กับหมอนั่น”

            คิเสะหัวเราะหยันๆ “ก็เลยโกหก...น่ะเหรอ”

            “...”

            คราวนี้คนผิวแทนเงียบไปพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหน้าตัวเองด้วยความหงุดหงิด คิเสะยกมือขึ้นมากอดอก เพื่อพยายามกลบเกลื่อนมือที่สั่นระริกของตัวเอง

            “พอเถอะอาโอมิเนจจิ” คนผมทองพูดออกมาด้วยเสียงสั่นเล็กๆ “ฉันไม่อยากจะจมอยู่กับคำโกหกของนาย เพราะมันทำให้ฉันระแวงทุกครั้งเวลานายหายไป ว่านายจะไปอยู่กับคนอื่น? หรือว่าจริงๆแล้วนายแค่ไม่อยากเจอหน้าฉันกันแน่...”

            “มันไม่ใช่แบบนั้นนะ!” อาโอมิเนะขึ้นเสียงทันที

            “ถ้าอาโอมิเนจจิทิ้งคุโรโกจจิไม่ได้...ก็ไม่เป็นไรหรอก” คิเสะฉีกยิ้มฝืนๆออกมาพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า อาโอมิเนะเลื่อนมือไปแตะแก้มเย็นเฉียบของอีกฝ่ายแผ่วเบา อยากจะซับน้ำตานั้น

            “คิเสะ...”

            “แล้วก็ไม่ต้องห่วงฉันหรอกนะ ฉันเองก็ไม่ได้โดดเดี่ยวหรอก”

            คำพูดนั้นทำให้ร่างสูงชะงักไปทันที เบนสายตาไปมองร่างสูงผมแดงที่กอดอกอยู่หน้าประตูหากแต่จับจ้องมาทางพวกเขาไม่วางตา

            และเพราะคำพูดนั้นทำให้อาโอมิเนะได้มีโอกาสสำรวจร่างตรงหน้าชัดๆ คิเสะอยู่ในเสื้อโค้ทสีแดงเข้ม เสื้อตัวใหญ่จนชายเสื้อเลยออกมา กางเกงหลวมโพรกไหลลงมาเกือบอยู่ที่สะโพก

            ดูยังไง...ก็ไม่ใช่เสื้อของคิเสะ เรียวตะ

            “คิเสะ...นี่นาย...?” อาโอมิเนะเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง “หรือว่านาย...กับหมอนั่น...”

            “ใช่”

            คิเสะตอบกลับมาทันทีอย่างรู้ทันความคิดอีกฝ่าย ริมฝีปากฉีกยิ้มจนตาหยี กลบเกลื่อนน้ำตาที่ใกล้จะไหลออกมาอีกครั้ง

            “เมื่อวาน...ฉันค้างกับคากามิจจิ”

            “...!!”

            อาโอมิเนะ ไดกิเซถอยหลังไปสองก้าวด้วยความช็อก เหมือนมีของหนักๆมาทุบที่หัว นี่มันเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน ไม่คิดมาก่อนจริงๆว่าคิเสะจะเป็นฝ่ายนอกใจ และที่ยิ่งกว่านั้น...ผู้ชายอีกคนกลับเป็นคนรักของคุโรโกะ

             ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นขึ้นมาจนทำให้ภาพตรงหน้าพร่ามัว...เพราะน้ำตารึเปล่านะ?

            คิเสะเมื่อเห็นร่างสูงยกมือขึ้นปาดน้ำตาข้างแก้มก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กๆ อยากจะขอโทษแล้วโผเข้าไปกอดอีกฝ่าย...แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่ในสถานการณ์แบบนี้

            คนผมทองพยายามทำเป็นไม่สนใจอาการเสียใจของคนตรงหน้า กัดฟันพูดต่อไป

            “คากามิจจิจะดูแลฉันเอง...นายดูแลคุโรโกจจิให้ดีที่สุดนะ”

            อาโอมิเนะยังคงเบิกตากว้าง น้ำตาไหลออกมา ในขณะที่ร่างของคิเสะ เรียวตะหันไปมองคากามิที่เดินเข้ามา มือหนาของคนผมแดงยกขึ้นจับข้อมือเล็กของอีกฝ่ายไว้ ดวงตาสีเพลิงเหลือบมองคนผิวแทนที่มองด้วยสายตาราวกับสิ้นหวัง ก่อนจะเหลือบมองกลับไปยังบานประตู

            ...คุโรโกะ ฉัน...ฉัน...

            หากแต่สิ่งที่คากามิทำคือการจับมือคิเสะแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้อาโอมิเนะ ไดกิยืนอยู่ท่ามกลางหิมะที่ยังไม่ละลาย และหัวใจที่แตกสลาย

           

 

 

            “หนาวจังนะ...”

            คิเสะพูดเบาๆเมื่อทั้งสองเดินออกมาจากอพาทเมนต์ของคนผิวแทนไกลพอสมควรแล้ว คากามิหันมามองคนข้างตัวก่อนจะดึงมืออีกฝ่ายที่เย็นเฉียบมาซุกในกระเป๋าเสื้อตัวเอง

            “อุ่นรึยัง...”

            คนผมทองไม่ได้ตอบอะไร เพ