[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter21

posted on 11 Feb 2014 18:09 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : ใกล้จบแล้ว คู่อะไรน้าคู่อะไร?

 

ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 

 

Chapter11   Chapter12  Chapter13

 

Chapter14  Chapter15  Chapter16

 

Chapter17  Chapter18  Chapter19

 

 

 

 

Chapter 21

           

 

            “เฮ้ เท็ตสึ ไปนั่งทำอะไรตรงนั้นน่ะ”

            คุโรโกะ เท็ตสึยะหันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าของเขาขาวซีดเนื่องจากอากาศที่เย็นชืด ร่างสูงผิวสีแทนเดินเข้ามาหาเขาที่ยืนอยู่หน้าระเบียง เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเกล็ดน้ำแข็งบางร่วงลงมา

            “แค่ออกมา...ดูหิมะน่ะครับ” คนผมฟ้าตอบเสียงเบา อาโอมิเนะเดินมายืนข้างๆ ใบหน้าคมสันเงยหน้าขึ้นมองบ้าง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มสะท้อนประกายลึกล้ำ

            “หนาวจังนะ”

            ร่างสูงพึมพำออกมาเบาๆ “หนาวจับใจเลย”

            ร่างเล็กหันไปมองแทบจะในทันที และเมื่อเห็นสีหน้าหม่นหมองของอีกฝ่ายเขาก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้ อยากจะปลอบใจอีกฝ่าย...แต่เขาเองก็เศร้าใจไม่ต่างกันเลย

            “คุณคง...จะคิดถึงคิเสะคุงมากสินะครับ”

            อาโอมิเนะหันมามองอีกฝ่ายทันที ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้ม...ที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย “อ่า...นั่นสินะ” คนผิวแทนพูดเสียงเบา “แต่เขาคงไม่คิดถึงฉันหรอก”

            คุโรโกะรู้สึกเจ็บแปลบทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

            หลังจากวันที่คิเสะกับคากามิมาหาอาโอมิเนะที่คอนโดก็ผ่านไปเกือบจะครบหนึ่งอาทิตย์แล้ว หลังจากหายไข้คุโรโกะก็ตัดสินใจเล่าเรื่องแหวนที่ไปเจอมาในห้องคิเสะให้อาโอมิเนะฟัง รวมถึงเรื่องรูปในโทรศัพท์ และอดีตของสองคนนั้น...

            อาโอมิเนะไม่มีท่าทีตกใจ แต่สิ่งที่สังเกตได้ชัดคือ...

            ความเจ็บปวด

            และตอนนั้น...คนผิวแทนก็เปิดปากเล่าบางอย่างออกมา

            บางอย่างที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน...

            ‘ฉันไม่เคยได้เข้าไปในห้องนอนที่บ้านคิเสะสักครั้ง’

            ‘...หา’ คุโรโกะอึ้ง อาโอมิเนะยิ้มบางเบา

            ‘ตอนแรกที่ตกลงกันว่าจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน ฉันอยากจะย้ายไปอยู่ที่บ้านคิเสะ นายก็รู้ว่าแม่ฉันเอาบ้านไปจำนองแล้ว เพราะงั้นตอนนั้นฉันไม่มีที่อยู่...แต่คิเสะก็ไม่ยอม ไม่ว่าจะขอร้องหรือตะคอกหมอนั่นก็ไม่ยอมให้ฉันเข้าห้องนั้น...’ อาโอมิเนะ ไดกิหัวเราะเสียงสั่น ‘คงเป็นเพราะในห้องนั้นมีความทรงจำของคิเสะกับหมอนั่น คิเสะคงเก็บทุกอย่างไว้ในห้องนั้น ไม่ยอมให้ฉันได้เห็นเด็ดขาด...แต่ก็ไม่ยอมเอาออก แท้จริงแล้วคิเสะก็คงไม่เคยลืมหมอนั่นได้จริงๆ’

            คุโรโกะเม้มปาก มองอาโอมิเนะที่เบือนหน้าไปทางอื่น ‘แต่ฉันเองก็ดื้อเหมือนกัน เพราะอยากอยู่ด้วยกันก็เลยยอมเช่าคอนโดแพงๆแล้วบังคับให้หมอนั่นย้ายมาอยู่ด้วย ถ้าไม่ได้รุ่นพี่คาซามัตสึของหมอนั่นช่วยหางานให้...ฉันก็คงไม่รู้จะทำยังไง’

            ‘อาโอมิเนะคุง...’

            ตอนนั้นเขากอดอีกฝ่ายอย่างปลอบใจ เขาคิดมาตลอดว่าคิเสะชอบอาโอมิเนะมากไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ไม่คิดเลย ว่าจริงๆแล้วคิเสะเองก็เคยรักใครบางคน...จนใจร้ายได้ขนาดนี้

            “คิดๆแล้วฉันมันโง่ชะมัด”

            เสียงทุ้มของคนตัวสูงเรียกให้คุโรโกะหลุดจากภวังค์ อาโอมิเนะหันมามองหน้าเขาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “นายน่ะ...รักไอ้หัวแดงนั่นมากใช่มั้ย”

            “...” คุโรโกะชะงักงัน

            “ฉันสังเกตนะ...ตอนจูบกันน่ะ” ดวงตาสีน้ำเงินเลื่อนลอย ทั้งที่อีกฝ่ายมองหน้าเขาอยู่แท้ๆแต่เขากลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดถึงบางสิ่งที่อยู่แสนไกล “นายจูบตอบฉันก็จริง...แต่หัวใจนายเต้นราบเรียบมาก” คุโรโกะสะดุ้ง

            อาโอมิเนะหัวเราะอีกครั้งกับท่าทางอีกฝ่าย “นายไม่รู้สึกอะไรกับจูบของฉันเลยใช่มั้ย”

            “...ครับ”

            “ใจร้ายจัง ฮ่ะๆๆ”

            “คุณเองก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง” ดวงตาสีฟ้าใสหรี่มองอีกฝ่าย “จูบกันแท้ๆหลับตาสนิทเลยนะ กำลังคิดว่าจูบกับใครงั้นเหรอครับ?”

            “...”

            ความเงียบเข้าเกาะกุม ทั้งสองคนหันไปมองท้องฟ้าอีกครั้ง เกล็ดหิมะเกล็ดหนึ่งร่วงลงมาแปะบนแก้มของร่างสูง อาโอมิเนะเงยหน้า ปล่อยให้มันละลายและไหลลงมาตามใบหน้าของเขา

            “เราสองคนนี่โง่ชะมัด” คุโรโกะพึมพำ

            “นั่นสินะ” อาโอมิเนะพึมพำตอบ “ฉันไม่น่า...ไม่น่าเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมาเลย”

            คุโรโกะหันไปมองหน้าอีกฝ่ายเหมือนพิจารณาอะไรสักอย่าง ก่อนที่จะถามขึ้น “อาโอมิเนะคุง ถ้าเกิดสมมติ...สมมติว่าคุณได้เจอคิเสะคุงอีกครั้ง คุณจะทำยังไงครับ”

            อาโอมิเนะหันมามองอีกฝ่ายอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังนั่นเขาก็ถอนหายใจเบาๆ

            “ก็คงจะขอโทษ แล้วก็คงจะอ้อนวอนให้หมอนั่นกลับมาล่ะมั้ง”

            คนผมฟ้ายิ้มบาง “งั้นก็รีบทำเถอะนะครับ”

            “หา?”

            คุโรโกะมองคนตรงหน้า หวนคิดถึงสิ่งที่ได้เห็นเมื่อเช้า

            “รุ่นพี่คนสนิทของคากามิคุงที่ชื่อฮิมุโระ ทัตสึยะส่งข้อความมาบอกผม” คุโรโกะพูดเสียงราบเรียบ ใบหน้าเล็กเบือนไปอีกทางเลยมองไม่เห็นสีหน้า “คิเสะคุงกับคากามิคุงจะเดินทางไปอเมริกาวันนี้สองทุ่ม ถ้าคุณอยากทำอะไรก็รีบทำซะ”

            “หา! เรื่องจริงเหรอ” อาโอมิเนะเบิกตากว้างกับสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน...คิเสะจะไปอเมริกางั้นเหรอ? ไปตั้งไกลแบบนั้น แล้ว...แล้วจะกลับเมื่อไหร่??

            จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วงั้นเหรอ?

            คนผิวแทนเม้มปาก...นายอยากเลือกแบบนี้จริงๆน่ะเหรอ จะหลบหน้ากันตลอดไป จะหนีฉันไปไกลแสนไกลโดยไม่บอกอะไรสักคำ วิ่งหนีอยู่แบบนี้มันได้อะไรขึ้นมา!

            ไม่ยอมเด็ดขาด!

            “เท็ตสึ! งั้นฉันไปก่อนนะ!” อาโอมิเนะลนลานคว้าเสื้อโค้ทที่พาดอยู่ที่ราวระเบียง แต่แล้วก็ชะงักและหันมามองร่างเล็กอีกครั้ง

            “แล้วทำไมรุ่นพี่คนนั้นถึงส่งข้อความมาบอกนาย?”

            คุโรโกะหัวเราะเสียงเบาในลำคอ “เขาอาจจะยังโกรธคิเสะคุงที่ทิ้งน้องเขาไปก็ได้นะครับ เขาบอกว่าให้ผมรีบไปง้อคากามิคุงเร็วๆ”

            “แล้วนาย...?” คนผิวแทนมองอีกฝ่ายอย่างกังวล

            “ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ” ดวงตาสีฟ้าใสมองตอบอย่างจริงจัง “จัดการเรื่องของคุณเถอะ”

            อาโอมิเนะพยักหน้ารับ ก่อนจะเปิดประตูห้องแล้วรีบผลุนผลันออกไปทันที

            ปึง!

            ทันทีที่เสียงประตูปิดดังขึ้น คุโรโกะก็ทรุดตัวนั่งลงตรงนั้นอย่างเหนื่อยอ่อน ใบหน้าเรียบเฉยที่ใช้ฉาบหน้ามาตลอดพังทลายลง เหลือเพียงใบหน้าซีดขาวของคนที่กำลังอ่อนแอเท่านั้น

            เขาอยากให้คิเสะคุงกับอาโอมิเนะคุงคืนดีกันเร็วๆ เพราะเขาไม่อยากเป็นต้นเหตุให้สองคนนั้นทะเลาะกัน เขาอยากเห็นเพื่อนทั้งสองคนมีความสุข ในเมื่อมองยังไงคิเสะก็รักอาโอมิเนะ ส่วนคนผิวแทนก็แค่ไม่กล้าไปหา...กลัวว่าจะเจออีกฝ่ายอยู่กับคนอื่นแล้วรับไม่ได้เท่านั้น

            หากแต่เรื่องของเขากับคากามินั้น...มันต่างกัน

            เขารักคากามิ ไทกะ คุโรโกะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่เพราะอย่างนั้น...ถึงไม่กล้าไปเจอ ไม่อยากเข้าไปเป็นภาระให้อีกฝ่าย

            คิเสะอาจจะโกรธอาโอมิเนะจึงตัดสินใจไปอเมริกากับคากามิ เพราะคนผมทองชอบที่จะหนี หนีเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ถ้าอาโอมิเนะพูดดีๆล่ะก็...คิเสะก็คงจะกลับมาหา

            แต่ในกรณีของเขา...คากามิคุงเป็นคนเข้าไปช่วยเหลือคิเสะ เป็นคนเข้าไปเสนอตัวดูแลและยินดีจะพาอีกฝ่ายไปรักษาแผลใจที่เมืองนอก เป็นคนเลือกที่จะเดินจากไป โดยไม่จำเป็นต้องมีเขา...ไม่จำเป็นต้องมีคุโรโกะ เท็ตสึยะ คากามิคุงไม่ได้เลือกเขา

            คุโรโกะหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะอันเย้ยหยัน เย้ยหยันให้กับตัวเองที่ไม่ยอมจำสักที...ว่าไม่มีใครต้องการเขา บทเรียนตอนคบกับอาโอมิเนะก็น่าจะสอนไว้แล้วว่า ทุกคนต่างรักคิเสะ เรียวตะ ไม่มีใครใส่ใจคุโรโกะ เท็ตสึยะ

            ไม่มีใครสักคน...ที่เลือกเขา

            แม้กระทั่งคากามิคุง...

           

 

 

 

 

            “เก็บของครบหมดแล้วแน่นะคิเสะ”

            ร่างโปร่งผมทองเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ ยิ้มยิงฟันไปให้ “ครบ!”

            “ไม่ต้องเอาแผนที่ไปด้วยนะ...”

            “ชิ แผนที่ไม่ช่วยอะไรเลย” คิเสะเบ้ปาก คากามิหัวเราะเบาๆ โยกหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูก่อนจะขอตัวไปเก็บของใช้ส่วนตัวในห้องน้ำ

            คนผมทองถอนหายใจ วันนี้เป็นวันที่เขาจะต้องเดินทางไปอเมริกากับคากามิ คิดๆแล้วยังไม่ทันได้เตรียมใจเลยแหะ

            ดวงตาสีอำพันเหลือบมองโทรศัพท์ที่วางไว้บนหัวเตียง ยิ้มบางๆกับตัวเอง

            ...ยังหวังอะไรอีกหรือไง?...

            ...ผ่านมาตั้งหนึ่งอาทิตย์แล้ว ยังคิดว่าเขาจะมาง้ออีกหรือไง?...

            คิเสะอดไม่ได้ที่จะคิด ...ตอนนี้อาโอมิเนจจิจะทำอะไรอยู่น้า?...

            ...กำลังไปเดินเที่ยวกับคุโรโกจจิหรือเปล่า?...

            ...จะคิดถึงฉันบ้างมั้ย?...

            ครืด

            เสียงโทรศัพท์สั่นของข้อความทำให้คิเสะรีบคว้ามันมาทันที และเมื่อเห็นชื่อของคนที่ส่งข้อความเข้ามา หัวใจก็เต้นรัวอย่างน่าประหลาด

            ‘อาโอมิเนจจิ

            คิเสะ ไปเจอกับฉันที่ร้านเค้กเดิมนะ ได้โปรดเถอะ’

            ข้อความสั้น แต่กลับทำให้หัวใจเขาพองโต

            อาโอมิเนจจิบอกว่าได้โปรด...

            อาโอมิเนจจิกำลังขอร้อง...

            คิเสะหันไปมองร่างสูงที่เดินออกมาจากห้องน้ำ คากามิมองอีกฝ่ายที่กำลังกำโทรศัพท์ไว้แน่น คนผมแดงเหมือนจะเดาเรื่องได้เมื่อเห็นดวงตาที่เป็นประกายนั่น

            “ไอ้หมอนั่นส่งข้อความมาหรือไง”

            คิเสะเม้มปาก พยักหน้าเบาๆกลัวอีกฝ่ายโกรธ “คากามิจจิ...คือฉัน...”

            “ไปสิ”

            สองคำนั้นทำให้คิเสะเบิกตากว้าง “คากามิจจิ!?”

            “ฟังนะคิเสะ” คากามิถอนหายใจเฮือก เดินมานั่งยองๆตรงหน้าอีกฝ่ายแล้วยื่นมือมาจับไหล่สองข้างของคนผมทองแน่น “