[Fic KNB] Broken Arrow #Chapter22

posted on 15 Mar 2014 21:28 by praewasri in Fiction directory Fiction, Cartoon

Fanfic : Kuroko no basket

Title : Broken Arrow

Auther : Pamaipraewa

Pairing : Aokise / Kagakise , Aokuro / Kagakuro

 

 

Note : ตอนหน้าจบแล้วค่า...เรื่องจะเป็นยังไงน้าาาา มีคนตายอ่ะเปล่า//โดนมิเนะเตะ

 

ทนำ   Chapter1  Chapter2  Chapter3 

 

 Chapter4  Chapter5  Chapter6  Chapter7

 

Chapter8  Chapter9  Chapter10 

 

Chapter11   Chapter12  Chapter13

 

Chapter14  Chapter15  Chapter16

 

Chapter17  Chapter18  Chapter19

 

 

 

 

 

 

 

Chapter 22

 

 


            (เก็บของเสร็จรึยัง ไทเกอร์?)

            เสียงของคนเป็นพี่ชายดังลอดมาตามสาย คากามิถอนหายใจแล้วกวาดตามองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตน กับกระเป๋าสีชมพูแปร๋นอันเดิมของคิเสะ

            “อื้อ เรียบร้อยแล้วล่ะ”

            (เสียดายจัง) อีกฝ่ายบ่นพึมพำ (ถ้าไม่ติดว่าเจ้าของร้านที่ฉันทำงานอยู่เขาไม่ยอมให้ลา ฉันกะจะกลับไปกับนายสักสองสามวัน)

            “เจ้านายนายนี่โหดจัง” คากามิบ่นบ้าง อะไรกัน...แค่ลาหยุดสองสามวันก็ยังไม่ได้ นี่มันกดขี่กันชัดๆ ทัตสึยะของเขานี่น่าสงสารจริงๆ

            (ไม่เชิงโหดหรอก เอาแต่ใจมากกว่า) คนเป็นพี่หัวเราะอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะถามขึ้นอีก (ว่าแต่นายจะออกจากบ้านหรือยัง สนามบินอยู่ไกลเหมือนกันนี่)

            “ก็กะจะออกอ่ะนะ แต่คิเสะออกไปข้างนอกอยู่น่ะ”

            (...) ปลายสายเงียบไปทันที ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจยาว (เฮ้อ ไทเกอร์ ฉันไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกนะ แต่นายแน่ใจเหรอว่านายจะไปกับคิเสะจริงๆ)

            คากามิกระตุกยิ้ม “ทำไม? นายยังโกรธหมอนั่นอยู่หรือไง”

            (โกรธสิ) เสียงของฮิมุโระจริงจัง (ทำกับไทเกอร์ของฉันไว้ขนาดนั้น ถ้าไม่มากราบขอโทษ ให้ตายฉันก็ไม่ยอมยกโทษให้)

            คนผมแดงหัวเราะออกมาทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น ฮิมุโระ ทัตสึยะดูเผินๆเหมือนจะเป็นคนอ่อนโยนและใจดี แต่เอาเข้าจริงอีกฝ่ายมุทะลุจนเขายังกลัว และถ้าพูดคำไหนก็คำนั้น ดูเหมือนถ้าคิเสะไม่มากราบขอโทษจริงๆก็คงจะโดนโกรธไปอีกนานเลยทีเดียว

            (คุยกับใครเหรอมุโระจิน)

            เสียงง่วงๆดังขึ้นจากปลายสาย คากามิเลิกคิ้ว เหมือนว่าพี่ชายเขาจะไม่ได้อยู่คนเดียวแหะ อ้อ สงสัยต้องอยู่กับเจ้านายแหงมๆ

            (น้องน่ะ) ได้ยินเสียงพี่ชายตัวเองตอบ

            (มุโระจินมีน้องด้วยเหรอ? แล้วไอ้ ‘ไทเกอร์ของฉัน’ นั่นมันอะไร?)

            คำพูดจากอีกคนทำให้คากามิขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมเขารู้สึกเหมือนคำพูดมันแปลกๆ เจ้านายจะหวงลูกน้องขนาดนี้เลยเหรอ? แถมเสียงง่วงๆแต่จริงจังของคนพูดดังขนาดนี้แปลว่าอีกฝ่ายต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้โทรศัพท์แหงมๆ ตอนนี้เขาพูดอะไรไปก็คงได้ยิน...

            ไอ้เขาก็เป็นคนชอบแกล้งซะด้วย...เพราะงั้น...

            “อยู่กับใครเหรอ พี่ชาย...” คากามิพึมพำสองคำหลังเสียงเบา และเน้นเสียงหนักขึ้นทันทีในคำต่อมา “ที่รัก”

            (...)

            ปลายสายเงียบไปทันที ได้ยินเสียงหายใจฟืดฟาดอย่างไม่พอใจ คากามิเอามืออุดโทรศัพท์ไว้แล้วหันหน้าไปอีกทางหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน พอหยุดขำพร้อมกับปาดน้ำตาที่หางตา เขาก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูอีกครั้งและพูดด้วยน้ำเสียงระรื่น

            “โทษทีทัตสึยะ ฉันแค่ล้อเล่น...!”

            (อ้ะ ปล่อยนะ!)

            หากแต่เสียงแปลกๆจากพี่ชายทำให้ขมวดคิ้ว “ทัตสึยะ?”

            (อ...อัตสึชิ เอาโทรศัพท์คืนมา เอามือออกไปจากเสื้อฉันด้วย!)

            “...”

            (อ้ะ ปล่อย...อัตสึชิ! ไทเกอร์ อ๊า ฟังอยู่นะ)

            “.........”

            (อ...อัตสึชิ อ...อย่า!)

            “.............................................”

            (ขอโทษนะ) เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงพี่ชายตัวเองแล้ว แต่เป็นเสียงของอีกคน ที่ตอนนี้เสียงง่วงๆกลายเป็นเสียงเข้มอย่างดุดัน

            (มุโระจินไม่ว่างคุย อย่าโทรมาอีกนะ)

            (อัตสึชิ! ม...ไม่ ไม่เอาตรงนี้)

            ติ๊ด!

            เสียงตัดสายดังขึ้น เปล่า คากามิไม่ได้เป็นคนตัดหรอก เพราะเขายังยืนเบิกตาเท่าไข่ห่าน ปากอ้าค้าง ตัวกระตุกหงึกๆ น้ำลายแทบจะฟูมปากตาย พร้อมกับเหงื่อที่ซึมขึ้นมาตามขมับ เสียงครางกระเส่าของพี่ชายยังติดอยู่ในหู...ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าทัตสึยะครางได้เซ็กซี่แบบนี้ เฮ้ย! ไม่ใช่ละ...

            คนผมแดงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก

            “ทัตสึยะนะทัตสึยะ ทำงานบ้าอะไรวะนั่น...”

            โตมาด้วยกันแท้ๆ ไม่เจอกันแป๊บเดียวโดนกดไปแล้วเรอะ!

 

 

 

 

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะเดินไปตามทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิมะสีขาว ถึงแม้มันหยุดตกแล้วแต่ก็ยังละลายไม่หมดอยู่ดี สองมือเล็กซุกลงกับกระเป๋าเสื้อโค้ทด้วยความหนาว ปากบางพ่นลมออกมาเป็นไอแล้วมองมันอย่างเรียบนิ่ง

            ดวงตาสีฟ้าใสเหลือบมองกลับไปด้านหลัง อพาทเมนต์ของอาโอมิเนะปรากฏแก่สายตา

            หลังจากอีกฝ่ายออกไปได้สักพัก เขาก็คิดว่าเขาไม่ควรจะอยู่กวนไปมากกว่านี้ เพราะงั้นถึงได้เดินออกมา มือเรียวหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิด

            คุโรโกะลังเลเล็กน้อย เขาอยากจะโทรไปถามอาโอมิเนะว่าง้อคิเสะสำเร็จหรือไม่ แต่ถ้าโทรไปขัดจังหวะอีกเขาต้องรู้สึกผิดแน่ๆ คนตัวเล็กถอนหายใจ

            แต่แล้วดวงตาก็เหลือบไปเห็นรายชื่อของ ‘ใครอีกคน’

            ใครอีกคนที่เขาคิดถึงตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุย ไม่ใช่ว่าไม่อยากโทรหา เพียงแต่เขากลัววว่าอีกฝ่ายจะบอกตัดความสัมพันธ์ ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาต้องขาดใจแน่ๆ

            คุโรโกะถอนหายใจ มองข้อความที่ได้รับในอาทิตย์ที่ผ่านมา

            ‘เฮ้ คุโรโกะ รับสายหน่อย เรามีเรื่องต้องคุยกัน’

            ‘นายจะมีมือถือไว้ทำไมถ้าไม่ใช้ฮะ!’

            ‘ฉันจะโทรไปนะ ถ้านายไม่รับล่ะก็...ฉันบุกไปหาถึงบ้านแน่!’

            คนผมฟ้ายิ้มขืน...ตอนนั้นผมไม่รับสาย แต่ผมก็นั่งรอคุณหน้าประตูตั้งสามชั่วโมง ทำไมคุณถึงไม่มาล่ะครับ...

            แต่ที่น่าช้ำใจที่สุด...ก็คือข้อความล่าสุดนี่ล่ะ

            ‘เฮ้อ ถ้านายยังไม่อยากคุยก็ไม่เป็นไร แต่ฉันยังรออยู่นะ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่อย่าลืมโทรมาล่ะ

            ปล.ฉันว่าจะลองทำซาซิมิให้คิเสะล่ะ นายว่าหมอนั่นจะชอบมั้ย?’

            “ใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลยคากามิคุง”

            ...จะมาถามผมทำไมกัน?...

            คุโรโกะหยุดเดินชั่วคราว ดวงตาสีฟ้าใสมองรายชื่อในโทรศัพท์แล้วทำท่าจะกดโทรออก นิ้วเรียวสั่นเล็กๆด้วยความลังเล วันนี้ใครคนนั้นจะเดินทางไปอเมริกา ทัตสึยะซังบอกเขาว่าคงอยู่ประมาณปีสองปี ไม่กลับเร็วๆนี้แน่

            จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว...

            อย่างน้อย...ก็แค่อยากจะได้ยินให้มันชัดๆ

            สุดท้ายเขาก็กดโทรออก แล้วยกมันขึ้นแนบหู

            เสียงรอสายดังขึ้นไม่นานอีกฝ่ายก็กดรับ พร้อมกับเสียงร้อนรน

            (คุโรโกะ?)

            “...” เขาเงียบ ความรู้สึกจุกอกมันทำให้เขาหายใจไม่ออก

            (เฮ้ คุโรโกะ)

            “คากามิคุง” สุดท้ายเขาก็เอ่ยชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา “สวัสดีครับ”

            (เสียงไม่ค่อยดีเลยนะ ไม่สบายหรือไง)

            เขาหัวเราะในลำคอ...ป่วยมาอาทิตย์หนึ่งแล้วไม่มีใครสนใจ ทีตอนนี้จะมาถามมันไม่ตลกไปหน่อยหรือไง “ครับ แต่ก็ดีขึ้นแล้ว”

            (คุโรโกะ...) อีกฝ่ายเรียกชื่อเขาด้วยเสียงอ่อนลง (นายโอเคหรือเปล่า)

            ลมหายใจของเขาสะดุด “โอเคอะไรครับ?”

            (หมายถึงว่า...เอ่อ ไอ้อาโอมิเนะอะไรนั่นมันดูแลนายดีหรือเปล่า กินยาครบแล้วใช่ไหม ทานข้าวตรงเวลาด้วยหรือเปล่า)

            คนตัวเล็กรู้สึกเหมือนหน้ามืดขึ้นมาชั่วขณะจนต้องจับกำแพงข้างๆไว้เป็นที่ยึด “...ครับ”

            (ฉันเป็นห่วงนายนะ ถ้าเกิดหมอนั่นทำไม่ดีกับนาย นายมาหา....)

            ติ๊ด!

            คนตัวเล็กกดตัดสายทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น มืออ่อนแรงจนโทรศัพท์ตกไปอยู่ที่พื้น เขาเซไปพิงกับกำแพงแถวนั้น หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า

            เขาอยากจะไถ่ถาม อยากจะคุยเรื่องระหว่างเรา อยากจะรู้ว่าคากามิเลือกใครกันแน่ แต่เมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้น...เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ

            ทำไมถึงพูดออกมาได้ง่ายๆ? ไม่รักกันแล้วหรือไง? อยากให้อาโอมิเนะดูแลเขามากใช่ไหม?

            คุโรโกะหัวเราะเบาๆเย้ยหยันตัวเอง...ดูแลบ้าอะไร ป่านนี้คนผิวแทนคงไปง้อคิเสะอยู่นั่นแหละ

            คนผมฟ้ามองไปยังถนนฝั่งตรงข้าม ร้านขายของชำที่ติดป้ายว่า ‘ปิด’ หากแต่กระจกที่ใสของมันทำให้เห็นเงาสะท้อนของตัวเองได้ชัดเจน ดวงตาสีฟ้าใสที่อ่อนแรง ใบหน้าที่ซีดจนแทบจะเป็นสีขาว เรือนผมสีฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์

            คุโรโกะยิ้มกับตัวเองอีกครั้ง

            ...ดูเอาไว้ดีๆนะคุโรโกะ เท็ตสึยะ...